Work And Travel 2026 เกด Harrah’s and Caesars Republic Lake Tahoe
สวัสดีค่า ชื่อเกดนะคะ กำลังเรียนที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ คณะบริหารธุรกิจ เมเจอร์ไฟแนนซ์ ปี 3
ตำแหน่ง Cage cashier / Total rewards cashier ที่ Harrah’s and Caesars Republic
เมือง South Lake Tahoe, Nevada
เรท: $21/hr +ทิปรวม (40 hrs/week)
Paycheck จ่ายทุก 2 สัปดาห์ พร้อมทิป
$1,500-2,000 ต่อ paycheck รายได้รวม : $9042
ระยะเวลาทำงาน : 27 March - 4 June
ตำแหน่งนี้คือแคชเชียร์ในคาสิโน หน้าที่หลักๆก็จะมี
- แลกเงิน/ชิป, จ่ายเงินเวลาลูกค้าถูกแจ็กพอต มีตั้งแต่หลัก cents ไปจนถึงเป็นหมื่นดอลเลย
- สมัคร total rewards ให้ลูกค้า ฟีลๆสมัครเมมเบอร์กับคาสิโน
- ปริ้นท์การ์ด & อัพเดตข้อมูลลูกค้าในระบบ (ชื่อ, วันเกิด, อีเมลล์, ที่อยู่, แสกน ID)
- เช็คโปรโมชั่น / free play / คะแนนให้ลูกค้า
- ทำ cash advance (ถอนเงินจากบัตรเดบิต/เครดิต/checking account)
- แลกเงินสกุลต่างประเทศเป็นเงินดอลล่า
- เชียร์ขายบัตรเครดิต (ถ้ามีลูกค้ามาทำบัตรเครดิต เราก็จะได้ incentives ด้วยน้า)
- ช่วยบอกทาง ตอบคำถามต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทั่วไปของโรงแรม, เวลาเปิด-ปิด ร้านอาหาร, กิจกรรม, หรืออื่นๆทั่วไปเลย ซึ่งก็ตะมีการอัพเดตข้อมูลแต่ละเดือนในคอม อันนี้เราสามารถเปิดอ่านได้เลยนะ ไม่ต้องจำทั้งหมด เพราะบางทีมันก็เปลี่ยนทุกวันเลย
มีทั้งหมด 3 กะ เวลาประมาณนี้เลยย
- Day shift 09:00-17:00
- Swing shift 17:00-01:00
- Grave shift 01:00-09:00 (แต่อันนี้เด็กเวิคไม่ได้ทำหรอก)
มีพัก 30 นาที 2 รอบ
ก่อนเริ่มงานจะมี orientation 1 วัน ก็จะมี hr มาอธิบายสิ่งที่ต้องรู้ต่างๆเกี่ยวกับโรงแรม จากนั้นเราจะเริ่มเทรนตำแหน่งแคชเชียร์ 5 วัน วันแรกเขาให้อ่าน policy และทำความเข้าใจเรื่องต่างๆ เยอะมาก แอบท้อ แต่วันต่อๆ ไปก็จะได้เริ่มไปยืนที่เคาท์เตอร์จริงๆละ แต่ไม่ต้องกังวลน้า จะมีพี่เลี้ยงช่วยสอนและดูแลตลอดเลย ตอนแรกเรานับเงินไม่คล่องด้วยซ้ำแต่ทำๆ ไปก็ชินละ เราเทรน day shift แต่ทำงานจริงๆ swing shift กลับบ้านประมาณ 01:30 ตอนแรกกังวลเรื่องความปลอดภัยมาก แต่บริเวณโรงแรม โดยเฉพาะ casino floor ค่อนข้างปลอดภัยเลย ถ้าใครได้ทำกะนี้ก็แนะนำว่าควรมีจักรยาน/ e-bike/ scooter ไรงี้น้า ส่วนตัวเรานั่ง taxi กลับ ประมาณ $10 เอง
งานนี้เหมาะมากๆ สำหรับคนที่อยากไปฝึกภาษาอังกฤษ เพราะจะได้เจอลูกค้าเยอะมาก หลากหลายชาติ โดยเฉพาะช่วงวันศุกร์ เสาร์ มีทั้งลูกค้าวัยรุ่นไปจนถึงวัยเกษียณ ส่วนตัวเราวัดภาษากับพี่ IEE ได้ advance แต่ก็มีงงๆ กับภาษาเหมือนกัน เพราะว่ามีสำเนียงหลากหลายเลยล่ะ โดยเฉพาะคนสูงอายุ ฟังยากมากกกก ถ้าไม่เข้าใจจริงๆก็ถามพี่ๆลุงป้าน้าอาที่ทำงานได้เลย ใจดีมาก สิ่งที่ยากของงานนี้คือเราไม่คุ้นชินกับบรรยากาศการทำงานใน casino ทุกอย่างใหม่ไปหมด ไม่เคยเล่นการพนัน นับเงิน นับชิปไม่เป็น เอาง่ายๆคือเรียนรู้ใหม่หมด ต้องดูแลเงินหลายพันดอลล่าร์ แถมบางทีเจอลูกค้าวีนใส่ บางวันเหนื่อยมากลูกค้าเข้าตลอด บางวันเงียบเหมือนป่าช้า แต่โดยรวมเราว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีนะ
ที่ชอบตำแหน่งนี้คือค่าตอบแทนดี แต่สิ่งที่เริ่ดกว่าคือสังคมที่ทำงานและสวัสดีการ คือมีอาหารฟรี 1 มื้อ/1 กะ แถมยังได้ส่วนลดพนักงานอีก 20% ที่ร้านอาหารในโรงแรมรวมถึง Starbucks ด้วยน้า เราชอบมาก ช่วยเซฟเงินไปได้เยอะเลย อย่างที่บอกว่าถ้าเราขายบัตรเครดิตได้จะได้ incentive ซึ่งเราจะได้เหมือนเครดิตที่สามารถนำไปซื้อของในเว็บไซต์คล้ายๆ Amazon แต่เป็นเว็บของบริษัทเลย สินค้าก็มีตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ ก่อนกลับเราเลยกดซื้อ gift card ของ target มูลค่า $50 ได้มาฟรีๆ เลย เริ่ดเลยล่ะ (ปล.เราได้คำชมจากลูกค้า ก็จะได้ extra credit ด้วยนะ ฟิน)
มาในส่วนของเมืองกัน ให้เลย 10/10 ไม่หัก เพราะธรรมชาติสวยมาก มีภูเขา ทะเลสาบ ที่ท่องเที่ยวเพียบ วันหยุดออกไปเดินเล่นๆก็ฟินละ บรรยากาศเหมือนเมืองตากอากาศ จะคึกคักแถวๆโรงแรม เพราะว่ามีร้านอาหารเยอะหน่อย คนจะเยอะช่วงวันหยุด ที่อื่นๆก็จะมีแต่ local ซะส่วนใหญ่ ใเรื่อเมืองจริงๆสวยกว่าใน google map แปดล้านเท่า แบบมันจะเขียวๆ มีหิมะบ้างประปรายบนภูเขา เรื่องการเดินทางในเมืองจะมี lake link กับ bus ในเมือง ฟรี ถ้าไผเมืองอื่น (Reno, Sacramento, San Francisco) ก็มี service เหมือนกันนะแต่ไม่ฟรี ส่วนพวก taxi uber lift ก็มีเหมือนกันจ้า ร้านสะดวกซื้อจะมี cvs (open 24/7), target, Safeway, whole food และอีกมากมาย fast food มีบ้าง ร้านอาหารไทยพรึ่บ ไม่ต้องกลัวอดเลย
เรื่องที่พัก ช่วงมาถึงแรกๆ ก่อนย้ายเข้าบ้าน เราพักที่ mellow mountain hostel คืนละ $30-$40 เป็นโฮสเทล แชร์ 4 เตียง มีครัวให้ สะอาดสะอ้านดี แถมยังใกล้ที่ทำงาน หลังจากนั้นเราย้ายเข้าบ้านที่หาเอง ได้จากกลุ่มหาบ้าน South Lake Tahoe J1 อะไรแบบนี้แหละ ก่อนไปก็ลุ้นๆ นิดนึง แต่ก็เมคชัวร์ด้วยการวิดีโอคอลไปก่อน ถามรายละเอียดเยอะๆ เรื่องค่าเช่า สัญญาเช่า ค่ามัดจำ เราได้บ้านแชร์ 4 คน มีห้องส่วนตัวทุกคน แชร์แค่ห้องน้ำกับครัว ราคา $600 ต่อเดือน อันนี้เราโชคดีได้เช่าต่อจากผู้เช่าเดิมอีกที ค่ามัดจำเลยแค่ $200 ซึ่งเราขอจ่ายตอนเข้าไปดูบ้านจริงๆ เขาก็โอเค บ้านไกลที่ทำงานนิดนึง อยู่โซน wildwood avenue มีบ้านให้เช่าเยอะอยู่นะ เห็น J1 ก็อยู่แถวนี้กัน เดินประมาณ 30 นาที มีบัส มีเลคลิ้งค์ บ้านไม่มีปัญหาไรเลย แค่ต้องระวังการทิ้งขยะ เพราะมีหมีกับ cayote (ปล.เราไม่มีสัญญาเช่า อาจจะยุ่งยากตอนเปิดบัญชีธนาคารนิดนึง)
กิจกรรมที่เราชอบคือการไป hike มีหลายเส้นทางมากๆๆๆ (ดูได้จากแอพ AllTrail) ถ้าไปคนเดียวหรืออยากเดินชิวๆก็ Van sickle ได้นะ เห็น overview ของเมือง ส่วนใครชอบพระอาทิตย์ตกดินก็ cave rock เลย มีปีนหินขึ้นไปนิดนึง และที่ชอบที่สุดคือ eagle fall แต่ต้องเดินเข้าไปลึกๆ จะมี hidden gem อยู่ สวยตาแตก คุ้มค่าเหนื่อยฝุดๆ
หลังจบงานเราไปเที่ยว San Diego, Disneyland Anahiem, LA ต่อ ระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ การเดินทางชิวมาก เราเดินทางคนเดียวตั้งแต่ก้าวขาเข้าเมกายันออกจากเมกา สัมภาระเรามีกระเป๋า 29 นิ้ว 1 ใบ, เป้ 1 ใบ, และกระเป๋าสะพาย แบกขึ้นเครื่อง ขึ้น Amtrak ได้แต่เหนื่อยหน่อย ส่วนตัวเราชอบ Disneyland มาก คุ้มเงินสุดๆ เดินทางง่ายมาก ที่พักก็เยอะแยะ ไม่ได้แพงขนาดนั้นด้วย ส่วนตัวเรานั่ง Amtrak จาก San Diego ไป Anahiem เห็นวิวทะเล west coast สวยมาก เรื่องการแพลนก็จริงๆไม่ได้ต้องแพลนล่วงหน้า 2-3 เดือนขนาดนั้น เอาที่เราชัวร์ว่าไปได้จริงๆ จะได้ไม่ต้องเสียเงินซ้ำซ้อน ของเราจองก่อนประมาณ 2 สัปดาห์ แอบช้าแต่ชัวร์นะจ้ะ
สุดท้ายเลยเราดีใจมากๆ ที่ตัดสินใจเลือกไป work and travel ที่นี่ แม้ว่าจะไปคนเดียวแต่ก็มีเพื่อนเพิ่มขึ้นเยอะเลย ได้ลองทำอะไรที่ปกติเราไม่ทำ เหมือนได้โตขึ้นทุกวันเลย ส่วนเรื่องภาษามันก็แน่อยู่แล้ว เราได้ใช้ทุกวันก็มั่นใจมากขึ้น แล้วก็ภูมิใจในตัวเองมากๆ กลับมาไทยก็มีกำลังใจในการเรียนละ เผื่อปีหน้าได้ไปอีก 555