Work And Travel 2026 ลูกตาล Tropicana Laughlin , NV
จากการไป WAT ครั้งนี้รู้สึกได้เลยว่าเรามีความกล้ามาขึ้น กล้าที่จะเข้าหา กล้าที่จะพูดภาษาอังกฤษ ฝึกสกิลการเอาตัวรอด และฝึกการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เรียงลำดับความสำคัญของงานได้ดีขึ้นจากการทำงาน ได้เป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีขึ้น กล้าแสดงออก กล้าพูดเสนอความคิดเห็น และกล้าที่จะโต้แย้งบ้าง เพราะคนที่นี่เขาพร้อมที่จะรับฟังเราเสมอค่ะ อีกทั้งยังได้มารู้จักกับผู้คนอื่นๆมากมายจากที่ทำงาน และเพื่อนคนไทยที่พึ่งรู้จักกันตอนไป WAT ได้ใช้ชีวิตด้วยกัน คอยช่วยเหลือกัน และไม่เคยได้รู้สึกเหงาเลยเพราะมีเพื่อนๆที่น่ารักอยู่ด้วย เป็นความทรงจำที่มีค่ามากๆสำหรับเราเลยค่ะ
สวัสดีค่ะ เราชื่อลูกตาลนะ เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี สำนักวิศวกรรมศาสตร์ ชั้นปีที่4 ค่ะ (ไปตอนเทอมสุดท้ายพอดี ช่วง Spring)
ตำแหน่ง : Housekeeping ที่โรงแรม Tropicana
รัฐ : เมือง Laughlin รัฐ Nevada
เรท : 15$/hr
รายได้รวม : ประมาณ 7320$ (ไม่รวม Tip, OT และงาน 2)
ระยะเวลา : 14 มีนาคม – 10 มิถุนายน 2026
เรามาอเมริกาครั้งนี้ เราได้มาทำงานเป็น Housekeeping ที่โรงแรม Tropicana ในเมือง Laughlin รัฐ Nevada ค่ะ
หน้าที่หลักๆก็จะเป็นการทำความสะอาดห้องพักแขก โดยจะได้ค่าจ้างอยู่ที่ 15$/hr ค่ะ (ซึ่งสำหรับเราถือว่าคุ้มมากๆ เดี๋ยวจะสาธยายในย่อหน้าต่อไปนะคะ) รายได้ต่อ Pay check อยู่ที่ประมาณ 1000-1200$ (โดย Paycheck จะออกเป็น Biweekly หรือ สองสัปดาห์ครั้งนะคะ)
ต้องบอกก่อนว่านี่เป็นการไป Work and Travel ครั้งแรกของเราเลย เลยค่อนข้างจะสนใจงานที่มีสวัสดิการครอบคลุมเรื่องที่พักด้วย เราเลยเลือกที่จะทำงานที่นี่ซึ่งที่นี่ค่อนข้างตอบโจทย์คนไป WAT ครั้งแรกที่ไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับประเทศนี้เลย เพราะเขามีที่พักให้ฟรี ในตัวโรงแรมเป็นห้องพักแบบเดียวกับของแขก (ไม่มีค่ามัดจำหรืออะไรใดๆทั้งสิ้น) ในวันทำงานเราก็สามารถเดินจากห้องพักไปเข้างานได้เลย โดยใช้เวลาเพียง 1 นาที (เพราะตึกที่เราพักกับที่ทำงานคือตึกเดียวกัน) และถึงแม้ว่าจะเป็นโรงแรมคาสิโนก็ไม่ต้องกังวลไปนะคะ เพราะที่นี่มีความปลอดภัยสูงมาก จะมี Security มาเดินตรวจแทบจะตลอดเวลา และเมื่อมีปัญหาอะไรก็สามารถเรียกได้ตลอด มีอาหารให้พนักงาน (อาหารมื้อหลัก เริ่ม 11.00 – 22.00 น. ได้เข้าถึงซิกเจอร์อาหารอเมริกันได้ฟรีๆที่นี่เลยค่ะ) และห้องรับประทานอาหารที่สามารถเข้าไปหาอะไรกินจุ๊บจิ๊บได้ (มีน้ำ น้ำอัดลม นม กาแฟ เค้ก ซีเรียล สลัดบาร์) ซึ่งทั้งหมดนี้มีให้กินฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง!! หิวเมื่อไหร่ก็แวะไปคร้าบบ
มาพูดถึงเรื่องการทำงานบ้างดีกว่า จริงๆที่เราเลือกมาทำงานนี้ส่วนหนึ่งก็เพราะอยากมาท้าทายตัวเองในงานที่ตัวเองไม่เคยทำมาก่อน และได้อ่านรีวิวจากคนอื่นๆมาว่า งานนี้เหนื่อยมากๆ (แหม่ มันจะไปเหนื่อยแค่ไหนกันเชียว ความที่เราเป็นคนที่ไม่เชื่อคนง่ายๆค่ะ ต้องได้ลองพิสูจน์) สรุป เหนื่อยจริง เหนื่อยมากม๊ากกโดยเฉพาะช่วงแรกๆ
ต้องขอบอกก่อนว่างาน Housekeeping จะได้ทำความสะอาดห้องพักแขก ตั้งแต่เก็บขยะ เปลี่ยนผ้าปูเตียง ล้างห้องน้ำ ดูดฝุ่น ไปจนถึงเช็คของต่างๆภายในห้องว่าชำรุดเสียหายอะไรไหม คือทำทุกอย่างเพื่อเตรียมห้องให้พร้อมสำหรับแขกคนต่อไป
ใน 1 วัน จะมีห้องมอบหมายมาให้เรา 14 ห้อง โดยทั้งหมดนี้เราต้องทำคนเดียวค่ะ โซโล่เดี่ยวทั้งวัน แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ ถ้าทำไม่ไหวก็สามารถเรียกโบกมือให้เพื่อนร่วมงานเราช่วยได้ค่ะ (ป้าๆที่ทำงานใจดีกันมาก แถมทำห้องกันเร็วมากเช่นกัน) และถ้าทำไม่ทันจริงๆก็ไม่ต้องซีเรียสไปค่ะ เพราะเราเป็นมือใหม่ Supervisor เขาเข้าใจดี ขอแค่เราพยายามเต็มที่เขาก็ไม่ว่าอะไรค่ะ แถมขอบคุณเราด้วยที่อุตส่าห์ทำงานอย่างหนัก และเมื่อทำไปได้สักระยะหนึ่งการทำความสะอาด 14 ห้องก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลยค่ะ จากที่เคยเหนื่อยก็ทำได้ชิวๆ จากที่ทำไม่ทันก็ทำเสร็จแบบมีเวลาเหลือๆ แต่ที่สำคัญคือ อย่าลืมไปกินข้าวนะคะ(ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียเวลาทำห้องค่ะ ห้องทานข้าวอยู่ไม่ไกล แถมกินฟรีอีก กองทัพต้องเดินด้วยท้องค่ะ)
ระหว่างการทำงานที่นี่ต้องบอกว่าเราจะได้เจอหลักๆคือคนอเมริกันและคนเม็กซิกันค่ะ ลุงๆป้าๆที่ทำงานใจดีและน่ารักกันมากเลยๆ ถึงแม้เราไม่เก่งภาษาเขาก็จะพยายามพูดช้าๆ หรือใช้ภาษากายสื่อสารกับเราให้เข้าใจ และเขาก็ชอบสอนภาษาสเปนให้ด้วยค่ะ อยู่ที่นี่คือพูดอังกฤษเป็นภาษาหลัก มีสเปนเป็นภาษารอง คนที่นี่จะต้อนรับเรามากๆ และตอนที่เราไปไม่เจอการเหยียดในที่ทำงานเลย บางครั้งระหว่างทำงานอยู่แม้จะอยู่คนละฟากของตึกเขาก็ยังตะโกนโบกมือทักทายเราอยู่ตรงนั้น อินโทรเวิร์ดเมืองไทยแปลกใจกับสิ่งนี้ และเราไม่ได้รู้จักแค่คนในแผนกเฮาส์เพียงอย่างเดียวนะคะ เราจะได้เจอเพื่อนร่วมงานจากแผนกอื่นๆ โดยหลักๆจะเจอกันที่ห้องทานข้าวนี่แหละค่ะจุดนัดพบ และเป็นจุดที่ได้ทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมงานทุกคน ด้วยความที่พบเจอกันได้บ่อยๆ เวลาออกจากโรงแรมทีแทบจะได้ทักทายคนตั้งแต่ห้องพักยันหน้าโรงแรมเลยล่ะค่ะ คนที่นี่เฟรนลี่ม๊ากกก
ที่เมืองนี้ภูมิประเทศเป็นแบบทะเลทราย ในช่วง Spring ตอนกลางวันอากาศจะไม่ร้อนมาก และจะเย็นในตอนกลางคืน แต่พอเข้าช่วง Summer แล้วอากาศจะร้อนจนต้องร้องขอชีวิตเลยล่ะค่ะ อากาศร้อนแห้ง แดดแรงจนแสบผิวเลย แต่ไม่เป็นไรอย่างน้อยแอร์โรงแรมก็ยังเย็น555 รอบๆ ที่โรงแรมจะมีร้านเบอร์เกอร์ In N Out และร้านสะดวกซื้ออย่าง Terrible หรือ Family Dollar อยู่ใกล้ๆ ค่ะ สามารถเดินไปได้เลย และจะมีร้านค้าเยอะแยะอยู่ที่คาสิโนข้างเคียงที่ไม่ได้ไกลกันมากสามารถเดินไปได้เลยฟุตบาทดี ข้ามถนนง่าย เดินสะดวกค่ะ
สถานที่เที่ยวใกล้ๆที่ทำงาน
สำหรับการเที่ยวในอเมริกาก็มีหลายแบบเลย ทั้งสไตล์เมืองใหญ่ไปจนถึงธรรมชาติ ในที่นี้เราขอพูดถึงสถานที่ใกล้ๆ สามารถไปเที่ยวได้แบบ one day trip นะคะ
- Las vegas นั่งรถไปได้ใช้เวลาเดินทางเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น เป็นเมืองใหญ่ที่มีอะไรตื่นตาตื่นใจเยอะแยะไปหมด
- LA นั่งรถไฟ Amtrak ใช้เวลา 8 ชั่วโมง (ถึงจะนานหน่อย แต่ประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะเลยค่ะ ก็ถือว่าเป็นการนอนชาร์จพลังก่อนไปออกทริปละกันนนน) เป็นเมืองที่อากาศดี และสวยมากๆ โดยเฉพาะ Downtown ที่สวยทุกมุมถนนเลยค่ะ
สำหรับสายธรรมชาติที่ชอบเดินป่าเดินเขา แนะนำ Grand Canyon สามารถขับรถไปได้ใช้เวลา 3 ชั่วโมง
หรือหากอยากไปดูลายหินสวยๆก็สามารถขับรถเลยไป Antelope Canyon อยู่ห่างออกไปจาก Grand Canyon อีก 2 ชั่วโมง
และมีอีกสถานที่หนึ่งที่เราจะไม่พูดถึงไม่ได้ อยู่ไม่ไกลจากที่เราพักเลย นั่นก็คือ Davis Dam เราสามารถเดินจากโรงแรม และเดินตามทางเท้ามาเรื่อยๆ โดยในระหว่างทางจะมีวิวแม่น้ำโคโลราโดและภูเขาหิน ภูเขาทรายให้ชมตลอดทาง ใกล้ๆ Davis Dam เป็น Park เล็กๆ ที่มักจะมีคนมาพักผ่อน ออกกำลังกาย ตกปลา หรือพาน้องหมามาเดินเล่น เป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การมาพักผ่อนหย่อนใจ นั่งชมวิวเขื่อนและลมเย็นๆริมแม่น้ำโคโลราโด เป็นที่ที่เราประทับใจ และไปบ่อยที่สุด (เพราะเดินทางง่าย และที่สำคัญฟรีค่ะ)
สุดท้ายนี้อยากจะบอกคนที่ยังลังเลอยู่ว่าสุดอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับตัวท่าน แต่ประสบการณ์จากที่นี่ก็หาจากที่ไหนไม่ได้ และไม่สามารถมีอะไรมาแทนที่ได้เช่นกัน ขอบคุณค่ะ