Work And Travel 2026 ภูภูมิ Edgewater Casino Resort
🗽Work and Travel Spring 2026 ฉบับคนไม่เก่งภาษาอังกฤษ
📆ระยะเวลาทำ 14 มีนาคม จบงาน 10 มิถุนายน 3 เดือน
📍Edgewater Casino Resort
✨Position House keeping
🎰เรท 18.80 ดอล/ชั่วโมง รายได้รวม 10481.59 ครับบ
สวัสดีครับ ผมนายวชิระ หาญสงคราม ชื่อเล่น ภูภูมิ เราเรียนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีครับ คณะ วิศวกรรมศาสตร์ สาขาโลหการ ชั้นปีที่ 4 ครับ งานที่ผมทำอเมริกา ผมทำตำแหน่ง House keeping หรือ Guest room attendance ครับ ผม ทำงานอยู่ที่รัฐ Nevada ที่เมือง Laughlin ผมทำอยู่ที่โรงแรม Edgewater Casino Resort
ตำแหน่งของผมก็คือต้องเก็บห้อง ทำความสะอาดห้อง บริการลูกค้า หน้าที่หลักๆ ของผมเลยก็คือ ต้องทำความสะอาดห้องหลังจากที่ลูกค้า Check out ออกไปแล้ว เด็ก J1 ทุกคนจะได้ทำ 12 ห้อง/วัน แต่ว่าช่วงแรกๆ ที่ยังเทรนกับพี่เทรนอยู่ หัวหน้าจะไม่ให้ห้องเราเยอะ เลย เพราะเขาเข้าใจว่าเรายังอยู่ในช่วงเทรน เราจะเทรนประมาณ 2 week หลังจากนั้นเราจะต้องทำ คนเดียวแล้ว ในช่วงแรกๆ ของการทำคนเดียวเขาก็ยังไม่ให้ห้องเยอะมาก ประมาณ 5-6 ห้อง/วัน ใน ตอนเช้าของการเริ่มงาน เราจะเริ่มงานตอน 07.30 น. (แต่ต้องไปถึงที่แสกนบัตรก่อน 07.30 น.) เรา จะต้องเดินจากตึกที่พักไปตึกที่ทำงาน (ไม่ไกลกันเลย เป็นทางเชื่อมต่อกัน) ประมาณ 2 นาทีถึง หลังจากนั้นเราก็ต้องไปต่อแถวแสกนบัตรพนักงาน จะยืนต่อแถวกันอยู่ในห้อง หลังจากสแกนบัตรกับ เซ็นชื่อเข้างานแล้ว ก็จะไปหยิบตะกร้าตามหมายเลขที่ได้ในแต่ละวัน (เลขตะกร้ากับเลขโทรศัพท์ ทำงานจะเหมือนกัน) จากนั้นก็ขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้นของตัวเองแล้วก็เริ่มพับผ้า เตรียมของใส่รถเข็นรอ ออกไปทำห้อง ต้องออกจากห้องลินินก่อน 08.20 น. แล้วก็เริ่มทำห้องตามที่ใน Device บอก ผมชอบ งานนี้มากๆ ตรงที่ว่าผมเป็นเด็กคนนึงที่อ่อนภาษามาก และต้องการฝึกเยอะๆ ผมเลือกงานนี้เพราะว่า ต้องสื่อสารกับลูกค้า ต้องคุยกับพนักงานด้วยกันเอง ต้องโทรติดต่อเบอร์ภายในเองทุกอย่าง (แต่ตอน แรกพี่เทรนจะสอนครบหมดเลย เราแค่ต้องจำให้ได้) แรกๆ ผมไม่ได้ภาษาเลย ลูกค้าหรือพี่พนักงาน ถามอะไรผมก็ตอบไม่ได้ แต่พอทำไปซักพักเหมือนเริ่มปรับตัวได้ เริ่มจำคำศัพท์ที่ใช้บ่อยๆ ที่ลูกค้าของ ถาม ผมก็เริ่มซึมซับ ไม่ต้องคอยใช้แปลภาษาเหมือนตอนแรก แล้วพี่ๆ ทุกคนใจดีมากกกกกกกกกกก Supervisor, Tower manager แล้วก็บอสใหญ่ก็ใจดีมากกกกก ผมทำงานมีความสุขมากในทุกๆ วัน บางทีทำห้องไม่ทัน หัวหน้าก็จะส่งคนมาช่วย บางทีหัวหน้าก็มาช่วยเองเลย ทุกคนรักและเอ็นดูเด็ก J1 มากกกกกกกกกกกก
• บรรยากาศการทำงานก็เป็นเรื่องปกติของการทำงานครับ สนุกบ้าง สบายบ้าง เครียดบ้าง เพราะบางที เกิดเหตุไม่คาดคิด ลูกค้ายังไม่ check out หรือ ไม่มีห้องให้ทำตอนเช้า เราก็จะเสียเวลาตรงนั้นไป แล้วก็ต้องมาเร่งทำให้ทันเวลา บางทีก็ไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลย555555 บางวันถ้าเจอพี่พนักงานในชั้น เดียวกัน ถ้าเขาทำเสร็จก่อน เขาก็จะแอบมาช่วย มาทำเตียงให้ เขาใจดีกันสุดๆๆๆๆ แต่ถ้าไม่ได้บอก หัวหน้าก่อน ก็ต้องแอบๆช่วย เดี๋ยวโดนบ่น ความท้าทายในงานคือการทำงานแข่งกับเวลา โดยที่ เราไม่สามารถขอเวลาชดเชยได้กับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด จะไม่มีการทบเวลา หรือเพิ่มเวลาให้ (แต่บาง ทีก็ลดจำนวนห้องลงให้) เราจะต้องทำห้อง 12 ห้องให้ทันในเวลาที่เหลืออยู่ ต้องทำให้สะอาด เรียบร้อย บางทีก็ทำจนลืมหายใจไปเลย
• งานที่ผมทำได้ 18.80 ดอล/ชั่วโมง แต่ถ้าวันไหนทำ OT ก็จะได้ 28.2 ดอล/ชั่วโมงแล้วที่โรงแรมก็จะมี เงินค่าข้าวให้ week ละ 25.5 ดอล ชั่วโมง/สัปดาห์ ก็ประมาณ 40 ชั่วโมงแต่ถ้าช่วงไหนพีคๆ เลยก็จะ อยู่ที่ 56 ชั่วโมง/สัปดาห์ ส่วนเงิน Paycheck จะออกทุกๆ 2 สัปดาห์ รายได้ต่อ Paycheck จะอยู่ที่ 1504 ดอล แต่ถ้าช่วงไหนที่ทำโอทีฉ่ำๆ ก็จะได้อยู่ที่ 2180 ดอล/Paycheck
• ที่พักจะพักในโรงแรมเลยครับ ฟรี จะพักอยู่ที่ตึก Santa Fe ตึกจะติดกับตึกที่ทำงานเลย เขาจะให้เรานอน คนเดียว/ห้อง แล้วห้องคือใหญ่มากกกกก นอนฟรินมาก มีตู้เย็น ไมโครเวฟ เครื่องทำน้ำอุ่น อ่างแช่น้ำคือผมว่าตรงนี้ทำให้ประหยัดไปได้เยอะมาก มีโทรทัศน์ ไดร์เป่าผม มีอุปกรณ์ให้ใช้เยอะมาก คือครบคันเลย เอาไปแต่เสื้อผ้าก็พอออ
• สภาพความเป็นอยู่เมืองที่ผมอยู่จะ เป็นฝั่ง Laughlin จะค่อนข้างร้อนแห้ง ร้อนแบบแสบผิว แนะนำทุกคนเอาครีมกันแดดไปเยอะๆ ฟิลๆ ทะเลทราย แต่มีขนส่งสาธารณะที่เริ่ดมาก มีรถบัส 1 ดอลไปทั่วเมือง มีบริการเรือข้ามฟากฟรี ส่วนอีก ฝั่งจะเป็นฝั่ง Arizona ไม่ไกลกันเลย แค่นั่งเรือข้ามฟากก็ถึงแล้ว ส่วนมากคนจะไปฝั่ง Arizona กัน เยอะ เพราะไปซักผ้า, Walmart, Ross, Five below แล้วก็อีกหลายๆ ร้านเลย เดินทางสะดวกสบาย มาก ไม่ต้องกังวลเลย
• เมืองที่ผมอยู่ก็ไม่ค่อยห่างจาก Las Vegas เท่าไหร่ นั่งรถประมาณ 2-3 ชั่วโมง เป็นเมืองที่แสงสี ตระการตามาก เคยเห็นในหนังยังไง ของจริงสวยกว่านั้นมากๆ มีจุดถ่ายรูปทั่วทั้งเมือง มีร้านขายของ ร้านขายของกินตลอด ผมเที่ยวสนุมาก แต่ถ้าถามว่าสถานที่ที่ชอบจริงๆ คงจะเป็น Los Angeles ถึง จะเป็นเมืองใหญ่ แต่ต้นไม้เยอะมาก แล้วลมก็พัดเย็นตลอด มีสวนสาธารณะเยอะ ผู้คนออกมาเต้นรำ กันในตอนเย็น ใช้ชีวิตโรแมนติกท่ามกลางธรรมชาติที่ถูกล้อมรอบด้วยตึกใหญ่ อาหารอร่อยสุดๆ มีทั้ง อาการอเมริกา อาหารแม็กซิกัน อาหารไทย แล้วโซน China Town คือเดินสนุกมาก อาหารอร่อย มากกกกกกกก โซนญี่ปุ่นก็ไม่แพ้กันเลย เหมือนยกญี่ปุ่นมาไว้กลางเมือง โดยรวมคือชอบมากกกกกก
• สิ่งที่ผมได้จริงๆ เลยคือเงินกำไรจากการทำงาน เป็นกำไรที่เห็นแล้วหายเหนื่อย ผมซื้อ ของที่ตัวเองอยากได้ทั้งหมด ผมเอาไปเที่ยว เอาไปช็อปปิ้ง เอาไปกินจนจุท้อง คุ้มมากๆ และสิ่งที่ได้มา อีกคือภาษา อันนี้การันตีเลย เพราะเป็นภาคบังคับว่าต้องพูดได้ อ่านออก ต้องตอบโต้ลูกค้าได้ สถานการณ์มันบีบบังคับให้เราต้องได้อยู่แล้ว แรกๆ ผมต้องใช้แปลภาษาช่วยตลอด หลังๆ ผมสามารถ พูดคุย ตอบโต้ลูกค้า สามารถเล่นมุกขำๆ แล้วลูกค้าก็ให้ทิปมา ชอบมากกกกกกก และอย่างสุดท้าย เลยครับที่ขาดไม่ได้จริงๆ คือ ประสบการณ์และเพื่อนๆ ที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว เป็นประสบการณ์ที่ดี มากๆ ในช่วงชีวิต การออกไปใช้ชีวิตนอกเหนือจากประเทศบ้านเกิดตัวเอง เป็นอะไรที่ท้าทายทุกคน มากๆ มันเป็นสิ่งที่ยากเพราะทุกอย่างเริ่มต้นใหม่ แต่นั่นก็ไม่ใช่ข้อเสียที่ผมมอง ผมมองว่ามันคือ ประสบการณ์การใช้ชีวิตด้วยตัวเอง การออกไปทำสิ่งที่ท้าทาย ทำในสิ่งที่อยากทำ ทำในสิ่งที่เราไม่ สามารถทำได้ตอนอยู่ประเทศไทย การได้เจอเพื่อนร่วมโครงการที่เราไม่รู้จักกันมาก่อน การได้เจอ ความรักที่ไม่คิดว่าจะเจอ การได้เจอพี่ร่วมงาน เพื่อนร่วมงาน ได้เจอหัวหน้าที่ดีได้ค้นพบตัวเองในอีก มุมมอง ผมพบว่าตัวเองได้โตเป็นผู้ใหญ่อีก 1 ขั้น มีความรับผิดชอบต่อตัวเองและต่อสังคมมากขึ้น รับ ความกดดันและปรับอารมณ์ในการทำงาน การใช้ชีวิตได้ดีขึ้น ขอบคุณทุกคนที่มาเจอกัน ขอบคุณที่ได้ รู้จักกัน ขอบคุณตัวเองที่ไม่ยอมแพ้กับงานที่หนัก รักตัวเองกันมากๆ นะครับ