ฟังเสียงจากนักเรียนของเรา

Our Reviews

น้องมุก
Internship
AGE
27
PROGRAM
Internship

ธัญนัทน์ ไหลล้น น้องมุก DTC

การไปทำงานที่ต่างประเทศฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากสำหรับคนที่ไม่เก่งด้านภาษาและคนที่รู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองมากพอ แต่ทุกอย่างกลับกลายเป็นเรื่องง่ายเมื่อได้รู้จักกับโครงการของ IEE ที่มาเปิดบูธที่มหาวิทยาลัย พี่ ๆ ที่โครงการให้คำแนะนำที่ดีและมีประโยชน์ ช่วยเหลือเราจนถึงวันที่สัมภาษณ์วีซ่าผ่าน ได้เดินทางไปเปิดประสบการณ์ชีวิตเป็นเวลา 1 ปีที่อเมริกา อาชีพที่เราไปทำคือผู้ช่วยเชฟ หน้าที่หลักของการทำงานคือการเตียมวัตถุดิบเพื่อให้ทุกอย่างราบรื่นพร้อมสำหรับการเปิดขายอาหาร และครัวที่เราไปทำเป็นครัวที่ต้องทำอาหารทุกอย่างตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมจนเสิร์ฟถึงมือลูกค้า ดังนั้นลูกค้าจะเห็นทุกขั้นตอนจึงต้องใส่ใจให้มากเป็นพิเศษ การทำงานที่เคยคิดว่ายากในอาทิตย์แรกที่ไป แต่เมื่อเวลาผ่านไปการทำงานก็เริ่มคล่องตัวขึ้น สามารถจำทุกเมนูที่ต้องทำได้อย่างแม่นยำ หลังจากนั้นทุกอย่างก็เป็นเรื่องง่าย ความท้าทายในการทำงานคือการที่เราต้องรับมือกับลูกค้าในแต่ละวัน ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษตอนแรกที่มาถึงก็ไม่ได้ดีมากนัก สามารถฟังออกและพูดตอบโต้ได้ แต่เมื่อต้องทำงานกับเพื่อนร่วมงานต่างชาติทุกวัน ความสามารถในการพูดและฟังของเราก็พัฒนาขึ้นโดยที่ไม่ทันรู้ตัว คงต้องบอกว่าการเอาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อในการฟังและพูดภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่ทำให้ทักษะภาษาอังกฤษของเราพัฒนาขึ้นอย่างแน่นอน อีกสิ่งหนึ่งที่ทุกคนที่มาอเมริกาจะสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงคือความมั่นใจในตัวเอง จากที่เราเป็นคนที่ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง พูดน้อย และไม่ค่อยชอบเข้าสังคมมากนัก การมาอยู่ที่นี่ทำให้ได้เจอเพื่อนใหม่มากมาย หลากหลายเชื้อชาติ เพื่อน ๆ ที่นี่สอนให้รู้จักความกล้า ทั้งความกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ ทั้งในเรื่องงานและเรื่องทั่วไป รวมถึงกล้าที่จะเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด ความกล้านี้ส่งผลให้เราเปลี่ยนไปเป็นคนที่มีความมั่นใจในการพูด การแต่งตัว และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งถ้าไม่ได้มาที่อเมริกาก็คงไม่มีความกล้าเท่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ เพื่อนใหม่ที่เจอระหว่างทำงานก็มีหลากหลายประเภท มีทั้งเพื่อนที่ดีและไม่ดี ก็ใช้ประสบการณ์ชีวิตคัดกรองเพื่อนที่คิดว่าสามารถเข้ากับเราได้และทำให้เราพัฒนาไปในทางที่ดี อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่พูดไม่ได้คือเรื่องความเหมาะสมระหว่างค่าครองชีพกับรายได้ที่ได้รับ สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าการมาทำงานครั้งนี้จะทำให้ทุกคนมีเงินเก็บกลับบ้านไปอย่างแน่นอนเพราะรายได้และค่าครองชีพมีความสมดุลกัน รายได้ที่ได้รับจากการทำงานหักลบค่าบ้าน ค่าใช้จ่ายส่วนตัว มีเงินเหลือเก็บอย่างแน่นอน ถ้าไม่ใช้เงินเกินตัวมากไป แต่อย่าทำแต่งานจนลืมเก็บประสบการณ์การท่องเที่ยว สำหรับเราการท่องเที่ยวคือการพักผ่อนที่ดีที่สุด ในทุก ๆ วันหยุดจะต้องวางแผนกับเพื่อนว่าจะไปไหนและทำอะไรบ้าง เพื่อที่จะทำให้วันหยุดไม่เสียเปล่า อย่างเมือง south lake tahoe เป็นเมืองที่เน้นไปทางธรรมชาติ ดังนั้นสถานที่ท่องเที่ยวก็จะออกแนวเดินป่า นั่งเล่นริมทะเลสาบ หรือจะเช่าเรือไปชมวิวทะเลสาบ ซึ่งไม่อยากให้ทุกคนพลาดเลยเพราะวิวสวยและคนที่เมืองนั้นนิสัยดีมาก ๆ ถ้าไม่ชอบแนวธรรมชาติสามารถขับรถไปอีกไม่ไกลมากก็มีเมืองรีโน่ให้ไปเที่ยว มีคาสิโนและร้านอาหารอร่อย ๆ เยอะโดยเฉพาะร้านปิ้งย่าง ในบางวันหยุดเราจะแพลนกับเพื่อนเพื่อไปซานฟรานซิสโก ใช้เวลาขับรถไปประมาณ 4 ชั่วโมง มีที่ท่องเที่ยวเยอะและไม่ไกลจนเกินไป เราขับรถไปเพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้น เที่ยวในเมืองและนอนพักหนึ่งคืน วันต่อมาก็ขับรถกลับ ในทุก ๆ การไปเที่ยวสิ่งสำคัญคือการเตรียมตัวและการวางแผน เพราะนอกจากสภาพอากาศจะแตกต่างกันในแต่ละที่ ๆ ไปแล้ว บางสถานที่ก็ต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษเพราะคนเยอะ อาจจะต้องมีการโทรจองล่วงหน้า เป็นสิ่งที่ต้องบริหารจัดการให้ดี เมื่อใกล้จบโครงการก็ควรวางแผนการท่องเที่ยวล่วงหน้าว่าต้องการไปที่ไหนบ้างจะเดินทางด้วยรถหรือเครื่องบิน และจะเลือกการเดินทางแบบไหนที่ทำให้ประหยัดได้มากที่สุด อย่างเรากับเพื่อนเลือกซื้อตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าประมาณ 3-4 เดือน เพื่อให้ค่าตั๋วถูก ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่ที่การคุยและวางแผนร่วมกัน สุดท้ายนี้อยากบอกว่าการที่ได้มาอยู่ที่อเมริกาสอนในเราโตขึ้นมาก เป็นประสบการณ์ชีวิตที่หาไม่ได้จากการฟังคนอื่นพูด ต้องลองมาเองและเรียนรู้ด้วยตัวเอง อย่ากลัวที่จะออกจากเซฟโซนของตัวเอง เพราะความกลัวจะทำให้เราพลาดสิ่งดี ๆ มากมายที่รออยู่ข้างหน้าอย่างแน่นอน

Share to social

Suggest News

น้องฝนAGE 26
PROGRAMInternship

ตามติดชีวิตเด็กทุน EP.17 น้องฝน Hard Rock

การไปทำงานที่ต่างประเทศฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากสำหรับคนที่ไม่เก่งด้านภาษาและคนที่รู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองมากพอ แต่ทุกอย่างกลับกลายเป็นเรื่องง่ายเมื่อได้รู้จักกับโครงการของ IEE ที่มาเปิดบูธที่มหาวิทยาลัย พี่ ๆ ที่โครงการให้คำแนะนำที่ดีและมีประโยชน์ ช่วยเหลือเราจนถึงวันที่สัมภาษณ์วีซ่าผ่าน ได้เดินทางไปเปิดประสบการณ์ชีวิตเป็นเวลา 1 ปีที่อเมริกา อาชีพที่เราไปทำคือผู้ช่วยเชฟ หน้าที่หลักของการทำงานคือการเตียมวัตถุดิบเพื่อให้ทุกอย่างราบรื่นพร้อมสำหรับการเปิดขายอาหาร และครัวที่เราไปทำเป็นครัวที่ต้องทำอาหารทุกอย่างตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมจนเสิร์ฟถึงมือลูกค้า ดังนั้นลูกค้าจะเห็นทุกขั้นตอนจึงต้องใส่ใจให้มากเป็นพิเศษ การทำงานที่เคยคิดว่ายากในอาทิตย์แรกที่ไป แต่เมื่อเวลาผ่านไปการทำงานก็เริ่มคล่องตัวขึ้น สามารถจำทุกเมนูที่ต้องทำได้อย่างแม่นยำ หลังจากนั้นทุกอย่างก็เป็นเรื่องง่าย ความท้าทายในการทำงานคือการที่เราต้องรับมือกับลูกค้าในแต่ละวัน ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษตอนแรกที่มาถึงก็ไม่ได้ดีมากนัก สามารถฟังออกและพูดตอบโต้ได้ แต่เมื่อต้องทำงานกับเพื่อนร่วมงานต่างชาติทุกวัน ความสามารถในการพูดและฟังของเราก็พัฒนาขึ้นโดยที่ไม่ทันรู้ตัว คงต้องบอกว่าการเอาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อในการฟังและพูดภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่ทำให้ทักษะภาษาอังกฤษของเราพัฒนาขึ้นอย่างแน่นอน อีกสิ่งหนึ่งที่ทุกคนที่มาอเมริกาจะสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงคือความมั่นใจในตัวเอง จากที่เราเป็นคนที่ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง พูดน้อย และไม่ค่อยชอบเข้าสังคมมากนัก การมาอยู่ที่นี่ทำให้ได้เจอเพื่อนใหม่มากมาย หลากหลายเชื้อชาติ เพื่อน ๆ ที่นี่สอนให้รู้จักความกล้า ทั้งความกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ ทั้งในเรื่องงานและเรื่องทั่วไป รวมถึงกล้าที่จะเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด ความกล้านี้ส่งผลให้เราเปลี่ยนไปเป็นคนที่มีความมั่นใจในการพูด การแต่งตัว และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งถ้าไม่ได้มาที่อเมริกาก็คงไม่มีความกล้าเท่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ เพื่อนใหม่ที่เจอระหว่างทำงานก็มีหลากหลายประเภท มีทั้งเพื่อนที่ดีและไม่ดี ก็ใช้ประสบการณ์ชีวิตคัดกรองเพื่อนที่คิดว่าสามารถเข้ากับเราได้และทำให้เราพัฒนาไปในทางที่ดี อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่พูดไม่ได้คือเรื่องความเหมาะสมระหว่างค่าครองชีพกับรายได้ที่ได้รับ สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าการมาทำงานครั้งนี้จะทำให้ทุกคนมีเงินเก็บกลับบ้านไปอย่างแน่นอนเพราะรายได้และค่าครองชีพมีความสมดุลกัน รายได้ที่ได้รับจากการทำงานหักลบค่าบ้าน ค่าใช้จ่ายส่วนตัว มีเงินเหลือเก็บอย่างแน่นอน ถ้าไม่ใช้เงินเกินตัวมากไป แต่อย่าทำแต่งานจนลืมเก็บประสบการณ์การท่องเที่ยว สำหรับเราการท่องเที่ยวคือการพักผ่อนที่ดีที่สุด ในทุก ๆ วันหยุดจะต้องวางแผนกับเพื่อนว่าจะไปไหนและทำอะไรบ้าง เพื่อที่จะทำให้วันหยุดไม่เสียเปล่า อย่างเมือง south lake tahoe เป็นเมืองที่เน้นไปทางธรรมชาติ ดังนั้นสถานที่ท่องเที่ยวก็จะออกแนวเดินป่า นั่งเล่นริมทะเลสาบ หรือจะเช่าเรือไปชมวิวทะเลสาบ ซึ่งไม่อยากให้ทุกคนพลาดเลยเพราะวิวสวยและคนที่เมืองนั้นนิสัยดีมาก ๆ ถ้าไม่ชอบแนวธรรมชาติสามารถขับรถไปอีกไม่ไกลมากก็มีเมืองรีโน่ให้ไปเที่ยว มีคาสิโนและร้านอาหารอร่อย ๆ เยอะโดยเฉพาะร้านปิ้งย่าง ในบางวันหยุดเราจะแพลนกับเพื่อนเพื่อไปซานฟรานซิสโก ใช้เวลาขับรถไปประมาณ 4 ชั่วโมง มีที่ท่องเที่ยวเยอะและไม่ไกลจนเกินไป เราขับรถไปเพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้น เที่ยวในเมืองและนอนพักหนึ่งคืน วันต่อมาก็ขับรถกลับ ในทุก ๆ การไปเที่ยวสิ่งสำคัญคือการเตรียมตัวและการวางแผน เพราะนอกจากสภาพอากาศจะแตกต่างกันในแต่ละที่ ๆ ไปแล้ว บางสถานที่ก็ต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษเพราะคนเยอะ อาจจะต้องมีการโทรจองล่วงหน้า เป็นสิ่งที่ต้องบริหารจัดการให้ดี เมื่อใกล้จบโครงการก็ควรวางแผนการท่องเที่ยวล่วงหน้าว่าต้องการไปที่ไหนบ้างจะเดินทางด้วยรถหรือเครื่องบิน และจะเลือกการเดินทางแบบไหนที่ทำให้ประหยัดได้มากที่สุด อย่างเรากับเพื่อนเลือกซื้อตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าประมาณ 3-4 เดือน เพื่อให้ค่าตั๋วถูก ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่ที่การคุยและวางแผนร่วมกัน สุดท้ายนี้อยากบอกว่าการที่ได้มาอยู่ที่อเมริกาสอนในเราโตขึ้นมาก เป็นประสบการณ์ชีวิตที่หาไม่ได้จากการฟังคนอื่นพูด ต้องลองมาเองและเรียนรู้ด้วยตัวเอง อย่ากลัวที่จะออกจากเซฟโซนของตัวเอง เพราะความกลัวจะทำให้เราพลาดสิ่งดี ๆ มากมายที่รออยู่ข้างหน้าอย่างแน่นอน

อ่านประสบการณ์ต่อ

น้องฝนAGE 26
PROGRAMInternship

ตามติดชีวิตเด็กทุน EP.16 น้องฝน Hard Rock

การไปทำงานที่ต่างประเทศฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากสำหรับคนที่ไม่เก่งด้านภาษาและคนที่รู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองมากพอ แต่ทุกอย่างกลับกลายเป็นเรื่องง่ายเมื่อได้รู้จักกับโครงการของ IEE ที่มาเปิดบูธที่มหาวิทยาลัย พี่ ๆ ที่โครงการให้คำแนะนำที่ดีและมีประโยชน์ ช่วยเหลือเราจนถึงวันที่สัมภาษณ์วีซ่าผ่าน ได้เดินทางไปเปิดประสบการณ์ชีวิตเป็นเวลา 1 ปีที่อเมริกา อาชีพที่เราไปทำคือผู้ช่วยเชฟ หน้าที่หลักของการทำงานคือการเตียมวัตถุดิบเพื่อให้ทุกอย่างราบรื่นพร้อมสำหรับการเปิดขายอาหาร และครัวที่เราไปทำเป็นครัวที่ต้องทำอาหารทุกอย่างตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมจนเสิร์ฟถึงมือลูกค้า ดังนั้นลูกค้าจะเห็นทุกขั้นตอนจึงต้องใส่ใจให้มากเป็นพิเศษ การทำงานที่เคยคิดว่ายากในอาทิตย์แรกที่ไป แต่เมื่อเวลาผ่านไปการทำงานก็เริ่มคล่องตัวขึ้น สามารถจำทุกเมนูที่ต้องทำได้อย่างแม่นยำ หลังจากนั้นทุกอย่างก็เป็นเรื่องง่าย ความท้าทายในการทำงานคือการที่เราต้องรับมือกับลูกค้าในแต่ละวัน ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษตอนแรกที่มาถึงก็ไม่ได้ดีมากนัก สามารถฟังออกและพูดตอบโต้ได้ แต่เมื่อต้องทำงานกับเพื่อนร่วมงานต่างชาติทุกวัน ความสามารถในการพูดและฟังของเราก็พัฒนาขึ้นโดยที่ไม่ทันรู้ตัว คงต้องบอกว่าการเอาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อในการฟังและพูดภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่ทำให้ทักษะภาษาอังกฤษของเราพัฒนาขึ้นอย่างแน่นอน อีกสิ่งหนึ่งที่ทุกคนที่มาอเมริกาจะสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงคือความมั่นใจในตัวเอง จากที่เราเป็นคนที่ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง พูดน้อย และไม่ค่อยชอบเข้าสังคมมากนัก การมาอยู่ที่นี่ทำให้ได้เจอเพื่อนใหม่มากมาย หลากหลายเชื้อชาติ เพื่อน ๆ ที่นี่สอนให้รู้จักความกล้า ทั้งความกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ ทั้งในเรื่องงานและเรื่องทั่วไป รวมถึงกล้าที่จะเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด ความกล้านี้ส่งผลให้เราเปลี่ยนไปเป็นคนที่มีความมั่นใจในการพูด การแต่งตัว และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งถ้าไม่ได้มาที่อเมริกาก็คงไม่มีความกล้าเท่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ เพื่อนใหม่ที่เจอระหว่างทำงานก็มีหลากหลายประเภท มีทั้งเพื่อนที่ดีและไม่ดี ก็ใช้ประสบการณ์ชีวิตคัดกรองเพื่อนที่คิดว่าสามารถเข้ากับเราได้และทำให้เราพัฒนาไปในทางที่ดี อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่พูดไม่ได้คือเรื่องความเหมาะสมระหว่างค่าครองชีพกับรายได้ที่ได้รับ สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าการมาทำงานครั้งนี้จะทำให้ทุกคนมีเงินเก็บกลับบ้านไปอย่างแน่นอนเพราะรายได้และค่าครองชีพมีความสมดุลกัน รายได้ที่ได้รับจากการทำงานหักลบค่าบ้าน ค่าใช้จ่ายส่วนตัว มีเงินเหลือเก็บอย่างแน่นอน ถ้าไม่ใช้เงินเกินตัวมากไป แต่อย่าทำแต่งานจนลืมเก็บประสบการณ์การท่องเที่ยว สำหรับเราการท่องเที่ยวคือการพักผ่อนที่ดีที่สุด ในทุก ๆ วันหยุดจะต้องวางแผนกับเพื่อนว่าจะไปไหนและทำอะไรบ้าง เพื่อที่จะทำให้วันหยุดไม่เสียเปล่า อย่างเมือง south lake tahoe เป็นเมืองที่เน้นไปทางธรรมชาติ ดังนั้นสถานที่ท่องเที่ยวก็จะออกแนวเดินป่า นั่งเล่นริมทะเลสาบ หรือจะเช่าเรือไปชมวิวทะเลสาบ ซึ่งไม่อยากให้ทุกคนพลาดเลยเพราะวิวสวยและคนที่เมืองนั้นนิสัยดีมาก ๆ ถ้าไม่ชอบแนวธรรมชาติสามารถขับรถไปอีกไม่ไกลมากก็มีเมืองรีโน่ให้ไปเที่ยว มีคาสิโนและร้านอาหารอร่อย ๆ เยอะโดยเฉพาะร้านปิ้งย่าง ในบางวันหยุดเราจะแพลนกับเพื่อนเพื่อไปซานฟรานซิสโก ใช้เวลาขับรถไปประมาณ 4 ชั่วโมง มีที่ท่องเที่ยวเยอะและไม่ไกลจนเกินไป เราขับรถไปเพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้น เที่ยวในเมืองและนอนพักหนึ่งคืน วันต่อมาก็ขับรถกลับ ในทุก ๆ การไปเที่ยวสิ่งสำคัญคือการเตรียมตัวและการวางแผน เพราะนอกจากสภาพอากาศจะแตกต่างกันในแต่ละที่ ๆ ไปแล้ว บางสถานที่ก็ต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษเพราะคนเยอะ อาจจะต้องมีการโทรจองล่วงหน้า เป็นสิ่งที่ต้องบริหารจัดการให้ดี เมื่อใกล้จบโครงการก็ควรวางแผนการท่องเที่ยวล่วงหน้าว่าต้องการไปที่ไหนบ้างจะเดินทางด้วยรถหรือเครื่องบิน และจะเลือกการเดินทางแบบไหนที่ทำให้ประหยัดได้มากที่สุด อย่างเรากับเพื่อนเลือกซื้อตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าประมาณ 3-4 เดือน เพื่อให้ค่าตั๋วถูก ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่ที่การคุยและวางแผนร่วมกัน สุดท้ายนี้อยากบอกว่าการที่ได้มาอยู่ที่อเมริกาสอนในเราโตขึ้นมาก เป็นประสบการณ์ชีวิตที่หาไม่ได้จากการฟังคนอื่นพูด ต้องลองมาเองและเรียนรู้ด้วยตัวเอง อย่ากลัวที่จะออกจากเซฟโซนของตัวเอง เพราะความกลัวจะทำให้เราพลาดสิ่งดี ๆ มากมายที่รออยู่ข้างหน้าอย่างแน่นอน

อ่านประสบการณ์ต่อ

น้องฝนAGE 26
PROGRAMInternship

ตามติดชีวิตเด็กทุน EP.15 น้องฝน Hard Rock

การไปทำงานที่ต่างประเทศฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากสำหรับคนที่ไม่เก่งด้านภาษาและคนที่รู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองมากพอ แต่ทุกอย่างกลับกลายเป็นเรื่องง่ายเมื่อได้รู้จักกับโครงการของ IEE ที่มาเปิดบูธที่มหาวิทยาลัย พี่ ๆ ที่โครงการให้คำแนะนำที่ดีและมีประโยชน์ ช่วยเหลือเราจนถึงวันที่สัมภาษณ์วีซ่าผ่าน ได้เดินทางไปเปิดประสบการณ์ชีวิตเป็นเวลา 1 ปีที่อเมริกา อาชีพที่เราไปทำคือผู้ช่วยเชฟ หน้าที่หลักของการทำงานคือการเตียมวัตถุดิบเพื่อให้ทุกอย่างราบรื่นพร้อมสำหรับการเปิดขายอาหาร และครัวที่เราไปทำเป็นครัวที่ต้องทำอาหารทุกอย่างตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมจนเสิร์ฟถึงมือลูกค้า ดังนั้นลูกค้าจะเห็นทุกขั้นตอนจึงต้องใส่ใจให้มากเป็นพิเศษ การทำงานที่เคยคิดว่ายากในอาทิตย์แรกที่ไป แต่เมื่อเวลาผ่านไปการทำงานก็เริ่มคล่องตัวขึ้น สามารถจำทุกเมนูที่ต้องทำได้อย่างแม่นยำ หลังจากนั้นทุกอย่างก็เป็นเรื่องง่าย ความท้าทายในการทำงานคือการที่เราต้องรับมือกับลูกค้าในแต่ละวัน ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษตอนแรกที่มาถึงก็ไม่ได้ดีมากนัก สามารถฟังออกและพูดตอบโต้ได้ แต่เมื่อต้องทำงานกับเพื่อนร่วมงานต่างชาติทุกวัน ความสามารถในการพูดและฟังของเราก็พัฒนาขึ้นโดยที่ไม่ทันรู้ตัว คงต้องบอกว่าการเอาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อในการฟังและพูดภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่ทำให้ทักษะภาษาอังกฤษของเราพัฒนาขึ้นอย่างแน่นอน อีกสิ่งหนึ่งที่ทุกคนที่มาอเมริกาจะสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงคือความมั่นใจในตัวเอง จากที่เราเป็นคนที่ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง พูดน้อย และไม่ค่อยชอบเข้าสังคมมากนัก การมาอยู่ที่นี่ทำให้ได้เจอเพื่อนใหม่มากมาย หลากหลายเชื้อชาติ เพื่อน ๆ ที่นี่สอนให้รู้จักความกล้า ทั้งความกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ ทั้งในเรื่องงานและเรื่องทั่วไป รวมถึงกล้าที่จะเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด ความกล้านี้ส่งผลให้เราเปลี่ยนไปเป็นคนที่มีความมั่นใจในการพูด การแต่งตัว และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งถ้าไม่ได้มาที่อเมริกาก็คงไม่มีความกล้าเท่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ เพื่อนใหม่ที่เจอระหว่างทำงานก็มีหลากหลายประเภท มีทั้งเพื่อนที่ดีและไม่ดี ก็ใช้ประสบการณ์ชีวิตคัดกรองเพื่อนที่คิดว่าสามารถเข้ากับเราได้และทำให้เราพัฒนาไปในทางที่ดี อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่พูดไม่ได้คือเรื่องความเหมาะสมระหว่างค่าครองชีพกับรายได้ที่ได้รับ สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าการมาทำงานครั้งนี้จะทำให้ทุกคนมีเงินเก็บกลับบ้านไปอย่างแน่นอนเพราะรายได้และค่าครองชีพมีความสมดุลกัน รายได้ที่ได้รับจากการทำงานหักลบค่าบ้าน ค่าใช้จ่ายส่วนตัว มีเงินเหลือเก็บอย่างแน่นอน ถ้าไม่ใช้เงินเกินตัวมากไป แต่อย่าทำแต่งานจนลืมเก็บประสบการณ์การท่องเที่ยว สำหรับเราการท่องเที่ยวคือการพักผ่อนที่ดีที่สุด ในทุก ๆ วันหยุดจะต้องวางแผนกับเพื่อนว่าจะไปไหนและทำอะไรบ้าง เพื่อที่จะทำให้วันหยุดไม่เสียเปล่า อย่างเมือง south lake tahoe เป็นเมืองที่เน้นไปทางธรรมชาติ ดังนั้นสถานที่ท่องเที่ยวก็จะออกแนวเดินป่า นั่งเล่นริมทะเลสาบ หรือจะเช่าเรือไปชมวิวทะเลสาบ ซึ่งไม่อยากให้ทุกคนพลาดเลยเพราะวิวสวยและคนที่เมืองนั้นนิสัยดีมาก ๆ ถ้าไม่ชอบแนวธรรมชาติสามารถขับรถไปอีกไม่ไกลมากก็มีเมืองรีโน่ให้ไปเที่ยว มีคาสิโนและร้านอาหารอร่อย ๆ เยอะโดยเฉพาะร้านปิ้งย่าง ในบางวันหยุดเราจะแพลนกับเพื่อนเพื่อไปซานฟรานซิสโก ใช้เวลาขับรถไปประมาณ 4 ชั่วโมง มีที่ท่องเที่ยวเยอะและไม่ไกลจนเกินไป เราขับรถไปเพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้น เที่ยวในเมืองและนอนพักหนึ่งคืน วันต่อมาก็ขับรถกลับ ในทุก ๆ การไปเที่ยวสิ่งสำคัญคือการเตรียมตัวและการวางแผน เพราะนอกจากสภาพอากาศจะแตกต่างกันในแต่ละที่ ๆ ไปแล้ว บางสถานที่ก็ต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษเพราะคนเยอะ อาจจะต้องมีการโทรจองล่วงหน้า เป็นสิ่งที่ต้องบริหารจัดการให้ดี เมื่อใกล้จบโครงการก็ควรวางแผนการท่องเที่ยวล่วงหน้าว่าต้องการไปที่ไหนบ้างจะเดินทางด้วยรถหรือเครื่องบิน และจะเลือกการเดินทางแบบไหนที่ทำให้ประหยัดได้มากที่สุด อย่างเรากับเพื่อนเลือกซื้อตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าประมาณ 3-4 เดือน เพื่อให้ค่าตั๋วถูก ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่ที่การคุยและวางแผนร่วมกัน สุดท้ายนี้อยากบอกว่าการที่ได้มาอยู่ที่อเมริกาสอนในเราโตขึ้นมาก เป็นประสบการณ์ชีวิตที่หาไม่ได้จากการฟังคนอื่นพูด ต้องลองมาเองและเรียนรู้ด้วยตัวเอง อย่ากลัวที่จะออกจากเซฟโซนของตัวเอง เพราะความกลัวจะทำให้เราพลาดสิ่งดี ๆ มากมายที่รออยู่ข้างหน้าอย่างแน่นอน

อ่านประสบการณ์ต่อ