3 เหตุผลที่ทำไมจีนถึงเป็นประเทศที่น่าไปเรียนแลกเปลี่ยน 🇨🇳

พี่ๆ เชื่อว่ามีน้องๆ หลายคนที่อยากไปเรียนแลกเปลี่ยนที่จีนเพราะอยากไปฝึกภาษาหรือไปเรียนรู้วัฒนธรรมของเขากันใช่ไหม วันนี้พี่ๆ ก็จะมาบอกถึงเหตุผลต่างๆ ของประเทศจีนที่จะทำให้น้องๆ ตัดสินใจง่ายขึ้นว่าจะไปประเทศนี้ดีไหม

1. ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก: มีพื้นที่ 9.6 ล้านตารางกิโลเมตรและมีประชากรกว่า 1,400 ล้านคน โดยมีเมืองหลวงอยู่ที่กรุงปักกิ่ง และประเทศจีนก็แบ่งการปกครองเป็น 22 มณฑล, 5 เขตปกครองตนเอง, 4 เทศบาลนคร (ปักกิ่ง เทียนจิน เซี่ยงไฮ้ และฉงชิ่ง) และ 2 เขตบริหารพิเศษ คือฮ่องกงและมาเก๊า

2. จีนเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจสำคัญของโลก: ตั้งแต่การปฏิรูปเศรษฐกิจเมื่อปี ค.ศ. 1978 ประเทศจีนจึงได้กลายมาเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจสำคัญที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก โดยเป็นผู้ส่งออกสินค้าและเป็นผู้นำเข้าสินค้ารายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก จึงทำให้เป็นประเทศที่น่าสนใจในการไปศึกษาต่อด้านธุรกิจ

3. มีการศึกษาที่ดีระดับโลก: ประเทศจีนเป็นผู้เริ่มต้นและคิดค้นในหลายๆ ศาสตร์วิชา อย่างเช่น วิชาธุรกิจ, ดาราศาสตร์, ศิลปะการต่อสู้, ปรัชญา และคณิตศาสตร์มาอย่างยาวนานมากกว่า 4,000 ปี อีกทั้งยังในด้านศิลปะ งานเขียน และอื่นๆ เช่นเดียวกัน และตอนนี้ประเทศจีนก็เปิดรับนักเรียนชาวต่างชาติมากขึ้นเพราะเขามีหลักสูตรที่สอนภาษาอังกฤษและยังร่วมมือกับอีก 70 ประเทศเพื่อยกระดับการแข่งขันทางเศรษฐกิจโลก

หากน้องสนใจที่จะไปเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศจีน น้องๆ สามารถติดต่อพี่ๆ IEE ได้ตามช่องทางข้างล่างนี้เลย

5 ข้อดีของการไปแลกเปลี่ยนต่างประเทศ

การไปเรียนที่ต่างประเทศ น้องๆ หลายคนคงคาดหวังว่าตัวน้องๆ จะได้ฝึกฝนภาษาของประเทศนั้นๆ ให้ดีขึ้น เช่น ถ้าไปอเมริกาน้องๆ ก็หวังว่าภาษาอังกฤษของน้องๆ จะดีขึ้น หรือถ้าไปจีน น้องๆ ก็หวังว่าภาษาจีนของน้องๆ จะดีขึ้นเหมือนกัน แต่การไปเรียนที่ต่างประเทศนั้นมีข้อดีที่มากกว่าด้านภาษาอีก วันนี้พี่ๆ ก็จะมาบอกถึงข้อดีในการไปเรียนที่ต่างประเทศกัน

1.เปิดประสบการณ์ใหม่ : การไปเรียนแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศนั้นถือว่าเป็นโอกาสที่ดี โอกาสที่เราจะได้เห็นโลกกว้างมากกว่าแค่ในประเทศของเรา น้องๆ จะได้เห็นถึงความต่างของสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม

    2. สัมผัสการเรียนที่แตกต่างกับไทย : แน่นอนว่าที่ต่างประเทศนั้น การเรียนการศึกษาก็ต้องแตกต่างกับของที่ไทยอยู่แล้ว เช่น การเคารพธงชาติที่มีแค่ในประเทศไทยเท่านั้น รวมไปถึงวิชาเรียนที่น่าสนใจที่ไม่มีในบ้านเรา ซึ่งน้องๆ จะได้เข้าไปเรียนและสัมผัสประสบการณ์เรียนที่แปลกใหม่แน่นอน

    3. การค้นหาตัวเอง : การไปเรียนแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศนั้นจะมีกิจกรรมที่หลากหลายให้ทำได้ทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นในด้านกีฬา ดนตรี ศิลปะ และอื่นๆ

    4. ได้เติบโตและมีความรับผิดชอบที่มากขึ้น : การไปแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศ แน่นอนว่าจะมีความแตกต่างกันของสังคมกันอย่างสิ้นเชิง รวมไปถึงวัฒนธรรม ภาษาและสิ่งแวดล้อม น้องๆ จะต้องเข้าใจความแตกต่างและต้องปรับตัวให้เข้ากับสังคมของเขา ถ้าน้องๆ ทำได้ น้องๆก็สามารถเติบโตขึ้นไปอีกก้าวนึงเลย

    5. ฝึกฝนภาษา : แน่นอนว่าการที่น้องๆ ได้ไปเรียนต่างประเทศ น้องๆ ก็จะถูกบังคับให้ใช้ภาษาของประเทศนั้นๆ ที่น้องไป น้องๆ จะได้ใช้ภาษานั้นในสถานการณ์จริงตลอดเวลา

    จะเห็นได้ว่า 4 ข้อที่เป็นข้อดีที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องของภาษานั้นเป็นข้อดีที่จะทำให้ตัวของน้องๆ พัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นทั้งนั้น ดังนั้นถ้าน้องๆ คนไหนสนใจที่จะไปเรียนแลกเปลี่ยนเพื่อฝึกฝนในแต่ละข้อ ก็สามารถติดต่อพี่ๆ IEE ได้เลย

    3 กีฬานิยมเล่นกันในโรงเรียนมัธยมที่อเมริกา

             น้องๆ คนไหนที่ชอบเล่นกีฬาแล้วสงสัยว่าที่อเมริกาจะมีกีฬาให้เล่นแบบที่ประเทศไทยรึเปล่า จะมีฟุตบอล, วอลเลย์บอลหรือบาสเก็ตบอลแบบไทยมั้ย วันนี้พี่ๆ จะมาบอกให้รู้ว่ากีฬาหลักๆ ที่เด็กมัธยมที่อเมริกาเขาเล่นกัน มีอะไรบ้าง

    • อเมริกันฟุตบอล (American Football)

    ก็ต้องบอกว่าที่อเมริกาก็มีฟุตบอลเหมือนกัน แต่จะเป็นกีฬาคนละชนิดกับฟุตบอลที่เรารู้จักเลย ฟุตบอลของเขานั้นจะมีลักษณะที่คล้ายๆ กับกีฬารักบี้ คือจะแบ่งเป็น 2 ทีม ทีมละ 11 คน วิธีเล่นคือผู้เล่นจะถือลูกบอลสีน้ำตาลทรงรี และวิ่งหรือส่งต่อโดยการขว้างไปให้เพื่อนร่วมทีม ส่วนการทำคะแนนนั้นก็มีหลายวิธี อาจจะเป็นการถือลูกวิ่งผ่านเส้นประตูหรือส่งผ่านเพื่อนร่วมทีมที่อยู่เขตหลังเส้นประตู หรือจะเตะผ่านเสาประตูของอีกฝ่ายก็ได้ โดยฝ่ายที่ได้คะแนนมากที่สุดจะเป็นผู้ชนะ

    • บาสเกตบอล (Basketball)

    บาสเก็ตบอลนั้นถือว่าเป็นกีฬาแห่งชาติของอเมริการองจากอเมริกันฟุตบอลเลย ทุกๆ โรงเรียนจะจริงจังกับการแข่งบาสเก็ตบอลเป็นอย่างมาก โดยกีฬาชนิดนี้ก็จะเล่นเป็นทีมเหมือนกัน โดยแบ่งเป็น 2 ทีม ใครชู้ตลูกบาสลงเข้าห่วงของฝ่ายตรงข้ามได้มากกว่าก็ถือเป็นผู้ชนะ

    • ไอซ์ฮ็อกกี้ (Ice Hockey)

    ไอซ์ฮ็อคกี้หรือฮ็อคกี้นั้นจะเป็นกีฬาที่นิยมเล่นกันแถบภาคเหนือของประเทศและแคนาดา กีฬาชนิดนี้จะเล่นกันเป็นทีม แบ่งออกเป็น 2 ทีม โดยจะเล่นกันบนลานสเก็ตน้ำแข็ง และใช้ไม้ฮ็อคกี้ตีลูกเพื่อให้เข้าประตูฝ่ายตรงข้าม

    ส่วนฟุตบอลที่เรารู้จักกันชาวอเมริกันเขาจะเรียกว่าซ็อกเกอร์ (Soccer) โดยจะนิยมกันเฉพาะกลุ่ม ไม่ค่อยนิยมกันอย่างแพร่หลาย

    ทีนี้น้องๆ ก็รู้แล้วว่าเราสามารถเล่นกีฬาอะไรได้บ้างที่อเมริกา ก็ขอให้น้องเลือกกีฬาที่ใช่และเล่นอย่างมีความสุข

    ทำไมแคนาดาถึงเป็นประเทศที่น่าไปแลกเปลี่ยน

    น้องๆ คนไหนที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าเราจะไปเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศไหนดีนะ อเมริกา, แคนาดา, อังกฤษ หรือจีนดี เพราะทุกประเทศก็มีข้อดีและก็น่าไปทั้งหมดเลย วันนี้พี่ๆ จะมาเล่าถึงข้อดีของหนึ่งในประเทศเหล่านี้ นั่นก็คือแคนาดา ว่าทำไมแคนาดาถึงเป็นหนึ่งในประเทศที่น่าไปแลกเปลี่ยน เพื่อให้น้องๆ สามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

    –              คุณภาพการศึกษาที่สูง : แคนาดาถือว่าเป็นประเทศที่มีอันดับการศึกษาอันดับที่ 4 ของโลกเลย ทำให้มั่นใจได้ว่าการมาแลกเปลี่ยนที่นี้จะมีผลที่ดีอย่างแน่นอน

    –              ความปลอดภัยสูง : อันดับความปลอดภัยทางไซเบอร์ของแคนาดาก็ติดอันดับโลกด้วยเช่นเดียวกัน โดยอันดับความปลอดภัยทางไซเบอร์ของแคนาดาอยู่อันดับที่ 6 เลยทีเดียว

    –              ได้เจอความหลากหลายทางวัฒนธรรม : เนื่องจากที่แคนาดาได้เปิดรับให้คนจากหลากหลายประเทศทั่วโลกเข้ามาอยู่อาศัย จึงทำให้เกิดความหลากหลายทางวัฒนธรรมและภาษาที่ประเทศแห่งนี้ และน้องๆ จะไม่ได้เรียนแค่ภาษาอังกฤษกับฝรั่งเศส เพราะน้องจะได้เรียนภาษาที่สามหรือสี่หรืออีกมากมายเลย

    –              ธรรมชาติที่สวยงาม : แคนาดานั้นเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกเลย จึงไม่แปลกที่ประเทศนี้จะมีธรรมชาติที่สวยงามอยู่มากมาย น้องๆ สามารถไปเดินเล่นที่อ่างเก็บน้ำหรือป่ากับโฮสของน้องๆ ได้ตลอดทั้งปีเลย

    –              ฤดูกาลที่ไม่เหมือนที่ไทย : ประเทศแคนาดานั้นมี 4 ฤดู ไม่เหมือนกับที่ไทยที่จะมีแค่ 3 ฤดู โดย 4 ฤดูนั้นมี ฤดูร้อน (Summer), ฤดูใบไม้ผลิ (Spring), ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) และฤดูหนาว (Winter) รับรองได้ว่าแต่ละฤดูของแคนาดาจะไม่เหมือนที่ไทยอย่างแน่นอน

    อ่านมาถึงตรงนี้แล้วน้องๆ เกิดมีความสนใจและตัดสินใจได้แล้วว่าแคนาดาคือประเทศที่เหมาะกับเราจริงๆ ก็สามารถติดต่อเพื่อพูดคุยกับพี่ๆ IEE ได้เลย หรือน้องๆ คนไหนยังไม่รู้ว่าจะไปแลกเปลี่ยนที่ประเทศไหนดี ก็สามารถติดต่อพี่ๆ IEE เพื่อปรึกษาได้เช่นเดียวกัน โดยช่องทางการติดต่อมีดังนี้

    083-069-2556
    086-490-2400
    086-490-3221
    02-612-9511 ต่อ 15

    ทุนวีซ่า J1 กับ F1 แตกต่างกันอย่างไร

    น้องๆ ที่อยากไปแลกเปลี่ยนบางคนคงสงสัยว่าทุนวีซ่า J1 กับทุน F1 แตกต่างกันอย่างไร หรือยังไม่รู้ตัวเองว่าเราเหมาะกับทุนประเภทไหน วันนี้พี่ๆ IEE จะมาอธิบายให้ฟัง โดยมีความแตกต่างตามหัวข้อดังนี้

    หัวข้อ Visa J1Visa F1
    ระยะเวลาโครงการเรียนได้ 1 ปีเรียนต่อได้จนจบมัธยมปลาย
    โรงเรียนองค์กรจัดหาโรงเรียนให้เลือกโรงเรียนได้ด้วยตัวเอง
    ประเภทของโรงเรียนโรงเรียนรัฐบาลโรงเรียนรัฐบาล, เอกชน, ประจำ
    ที่พักHost FamilyHost Family หรือหอพักนักเรียน
    เมื่อจบโครงการฯจะได้รับTranscript, ประกาศนียบัตรเข้าร่วมโครงการฯHigh School Diploma (ตามเงื่อนไขของแต่ละโรงเรียน), Transcript, ประกาศนียบัตรเข้าร่วมโครงการฯ
    เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการประสบการณ์และใช้ชีวิตที่ต่างประเทศ, ค้นหาตัวเอง หรือทดลองเรียนก่อนตัดสินใจเรียนต่อระยะยาวนักเรียนมีเป้าหมายต่อระดับมัธยมปลายหรือมหาวิทยาลัยที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
    ค่าธรรมเนียมโครงการ4 แสนกลางๆ – 5 แสน7 แสนกลางๆ – 8 แสน

    น้องๆ หรือผู้ปกครองท่านใดเปรียบเทียบกันแล้วแล้วรู้ตัวเองแล้วว่าเหมาะกับทุนแบบไหน ก็สามารถติดต่อพี่ๆ IEE หรือสอบถามเพิ่มเต็มได้ที่ช่องทางการติดต่อด้านล่างได้เลย

    083-069-2556
    086-490-2400
    086-490-3221
    02-612-9511 ต่อ 15

    ช่วงเทศกาลตรุษจีน คนจีนเขาทำอะไรกันบ้าง

    “ซินเหนียนไคว่เล่อ” หรือสุขสันต์วันปีใหม่ ช่วงนี้ก็ใกล้จะตรุษจีนแล้ว น้องๆ อยากรู้ไหมว่าคนจีนแท้ที่อยู่แผ่นดินใหญ่เขาทำอะไรกันบ้าง เขามีการไหว้บรรพบุรุษ หรือแจกอั่งเปาเหมือนกับที่ไทยหรือเปล่า เดี๋ยวพี่ IEE จะเล่าให้ฟัง

    • คนจีนมักจะกลับบ้านไปหาพ่อแม่หรือครอบครัวในช่วงตรุษจีน

    ช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ประเทศจีนก็มีลักษณะคล้ายๆ กับเหมือนกับเทศกาลสงกรานต์ของไทยที่จะหยุดกันหลายๆ วัน ซึ่งในปี 2025 ชาวจีนจะหยุดกันตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม 2025 – วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2025 แล้วในช่วงเวลานี้คนจีนก็จะกลับบ้านเกิดเพื่อกลับไปหาพ่อแม่หรือไปหาครอบครัวนั่นเอง

    • การทานอาหารร่วมกันกับพ่อแม่หรือครอบครัวในช่วงตรุษจีน

    ก็เหมือนกันคนไทยเชื้อสายจีนที่จะมีการรวมญาติและกินข้าวร่วมกันเพื่อถามถึงสารทุกข์สุกดิบที่ผ่านมาในปีที่แล้ว และข้อห้ามที่ห้ามทำเลยบนโต๊ะอาหารของชาวจีนคือการปักตะเกียบลงตรงกลางข้าว ให้วางบนถ้วยข้าวหรือข้างๆ แทน เพราะเหมือนเป็นการสาปแช่งผู้ที่ตักข้าวให้กับเรา

    • การให้อั่งเปา

    การให้อั่งเปานั้นเป็นสัญลักษณ์ของผู้ให้ที่ต้องการให้ความปรารถนาดีและความโชคดีแก่ผู้ที่ได้รับอั่งเปา โดยซองที่เอาไว้ใส่เงินนั้นมักจะเป็นสีแดงซึ่งเป็นสีมงคลของคนจีน

    • การแปะคำอวยพรที่ประตูบ้าน

    เป็นการแปะเพื่อเสริมความสิริมงคล, ความสุขและขอให้มีโชคในปีใหม่ให้กับเจ้าของบ้านและครอบครัว โดยจะติดคำว่า “ฝู” กลับหัว

    • การจุดประทัด

    การจุดประทัดของชาวจีนจะจุดกันในเช้าวันแรกของปีใหม่ เพื่อคนจีนเชื่อว่าการจุดประทัดนั้นคือการไล่สิ่งที่ไม่ดีออกไป และเป็นการเริ่มต้นปีด้วยความคึกคัก

    และยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีก เช่น การทานเกี๊ยวข้ามปีเพราะคนจีนเชื่อว่าจะทำให้เงินไหลมาเข้าตัวเอง หรือการทานบัวลอยในช่วงตรุษจีนเพราะเป็นสัญลักษณ์การที่ครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน

    ในตรุษจีนปีนี้ พี่ๆ IEE ก็ขออวยพรเนื่องในโอกาสเทศกาลตรุสจีนเป็นภาษาจีนกลางว่า “ซินเจิ้งหรูอี้ ซินเหนียนฟาไฉ” หรือคิดสิ่งใดก็ให้สมปรารถนา มีแต่ความสุขและร่ำรวยตลอดปี

    Advent Calendar กิจกรรมสุดพิเศษเฉพาะเดือนธันวาคม 🎅🏻💚❤️🤍

    คำว่า “Advent” มาจากคำภาษาละติน “adventus” แปลว่า “การมาถึง” โดยสำหรับชาวคริสต์ก็คือเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสต์ เป็นช่วงเวลา 4 สัปดาห์ก่อนพระคริสต์สมภพ เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ของสัปดาห์แรกไปจนถึงวันคริสต์มาส ซึ่งวันเริ่มนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปทุกปี เนื่องด้วยวันที่ 25 ธันวาคมของแต่ละปีก็ตรงกับวันในสัปดาห์ที่ต่างกัน เช่น ในปี 2020 วันอาทิตย์แรกจะตรงกับวันที่ 29 พฤศจิกายน ส่วนปีนี้ตรงกับวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงระยะเวลาจากวันเริ่มถึงวันที่ 25 ที่แตกต่างกันไปด้วย 

    อย่างไรก็ตาม ปฏิทินที่เรียกกันว่า “Advent Calendar” ในปัจจุบัน มีความคงเส้นคงวาแตกต่างจากที่  Advent เป็นตัวปฏิทินนี้ หากกล่าวโดยภาพรวม คือปฏิทินที่มีลักษณะพิเศษร่วมอยู่ที่กล่องหรือประตูเล็ก ๆ ที่สามารถดึงหรือเปิดออกมาได้ 24 – 25 ช่อง พร้อมกำกับเลขประจำวันเอาไว้ เพื่อให้สมาชิกในครอบครัวได้ร่วมลุ้นของขวัญชิ้นเล็กๆ น้อย ๆ ที่ซ่อนอยู่หลังช่องประจำวัน และถ้าหากเริ่มเปิดดูของขวัญชิ้นแรกในวันที่ 1 ธันวาคมแล้ว ก็จะได้เปิดกล่องสุดท้ายในวันคริสต์มาสอีฟหรือวันคริสต์มาสพอดี นับเป็นการนับถอยหลังรอคอยวันคริสต์มาสอย่างง่าย ๆ และปักหมุดใช้ได้ตลอดแบบไม่ต้องคำนวณระยะเวลาใหม่เลย

    ซึ่งคาดว่าแนวคิดของ Advent Calendar มีให้เห็นตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 19 เมื่อครอบครัวของชาวเยอรมันเริ่มนับถอยหลังสู่เทศกาลคริสต์มาสด้วยการทำเครื่องหมายที่ประตูหรือผนังด้วยชอล์ก จากนั้นจึงพัฒนามาเป็นการทำปฏิทินทำมือจากวัสดุ เช่น ไม้ สำหรับการใช้ในครัวเรือน 

    Advent calendar คืออะไร ปฏิทิน Advent ความสำคัญของเทศกาล Advent

    Advent calendar คือ ปฏิทินพิเศษของเทศกาล Advent ที่ถูกใช้ในการนับวันถอยหลังสู่เทศกาลคริสต์มาส โดยวันอาทิตย์แรกที่จะเริ่มนับของ Advent นั้น ไม่ได้กำหนดโดยชัดเจน แต่จะอยู่ช่วงตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน ถึง วันที่ 3 ธันวาคม ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว ในปฏิทินเมื่อนำมาปรับใหม่ก็มักจะเริ่มต้นที่ วันที่ 1 ธันวาคม

    Advent Sunday 2019 (วันอาทิตย์แรกของการเริ่มปฏิทิน) คือวันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม

    ปฏิทิน Advent ในปัจจุบัน

    ในปัจจุบันมีความหลากหลายของปฏิทิน Advent มากขึ้น ทั้งในรูปแบบของออนไลน์ และการนำมาผลิตเป็นของขวัญ แต่เราก็ยังคงเห็นปฏิทินในรูปแบบดั้งเดิมที่ต้องการบอกเล่าเรื่องราวของคริสต์มาส เพื่อคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของเทศกาลอยู่บ้าง

    อยากไปแลกเปลี่ยน แต่กังวลว่าต้องกลับมาซ้ำชั้น!

    ใครอยากไปเรียนแลกเปลี่ยน แต่กังวลเรื่องการกลับมาซ้ำชั้นฟังทางนี้

    🌟 ห้ามพลาด! กับกิจกรรม “IEE Alumni Talk จากพี่สู่น้อง” 🌟 กิจกรรมที่พี่ๆ ศิษย์เก่า IEE จะมาแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับการไปแลกเปลี่ยนให้น้องๆ แบบจัดหนักจัดเต็ม โดยหัวข้อในเดือนนี้ ก็จะมาพูดถึงการไปเรียนแลกเปลี่ยนยังไงไม่ต้องกลับมาซ้ำชั้น โดยพบกับพี่คุ้ม IEE รุ่นที่ 14 ที่เคยไปแลกเปลี่ยนที่อเมริกากลับมา และไม่ต้องซ้ำชั้น แถมปัจจุบันยังศึกษาในสาขาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์การบิน(AVE) สถาบันการบินพลเรือน

    ซึ่งพี่คุ้มจะมาแชร์การวางแผนก่อนการไปแลกเปลี่ยนเพื่อไม่กลับมาซ้ำชั้น รวมไปถึงเทคนิคการสอบต่างๆ
    ✅ GED คืออะไร
    ✅ TOEIC จำเป็นไหม
    ✅ IELTS ต้องสอบหรือเปล่า
    ✅ การยื่น Portfolio ต้องทำเมื่อไหร่

    โดยกิจกรรม Open house จะเริ่มต้นที่

    13:00 น. – 13:30 น. ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม
    13:30 น. เป็นต้นไป พบกับพี่คุ้มและพี่ๆ IEE

    จุดนัดพบ 💚✨

    📅 วันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน เวลา 13:00 น.
    📍 IEE Experience Center, อาคารพญาไทพลาซ่า ชั้น 15

    ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม

    IEE Online Event x CANADA

    สำหรับใครที่สนใจไปแลกเปลี่ยนที่ประเทศแคนาดาต้องห้ามพลาด เพราะเจ้าหน้าที่จาก School District No 36 (Surrey) ที่บินตรงมาจากประเทศแคนาดา จะมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการไปแลกเปลี่ยนที่แคนาดา รวมไปถึงแชร์ข้อมูลต่างๆ ในการไปอยู่ที่ประเทศแคนาดา

    โดยจะจัดขึ้นใน วันพฤหัสบดี ที่ 26 กันยายน 2024 ทาง ZOOM MEETING
    เวลา 17:00 น. – 18:00 น.

    งานนี้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย!!
    ✨ พูดคุยกับเจ้าหน้าที่จากเขตการศึกษาที่ประเทศแคนาดา ที่จะมาให้ข้อมูลการไปเรียนที่แคนาดา
    ✨ แชร์ประสบการณ์การเรียนในโรงเรียนที่แคนาดากับเจ้าหน้าที่
    ✨ พูดคุยเรื่องรายละเอียดวิชา การเรียนในแคนาดา วิชาไหนน่าสนใจ วิชาไหนยาก มาดูกัน
    ✨ แชร์ประสบการณ์ชีวิตแต่ละวันของนักเรียนในแคนาดา Host Family ในแคนาดา เป็นยังไงบ้าง

    Privacy Overview

    This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.