

















แคนาดา หนึ่งในประเทศที่มีระบบการศึกษาที่ดีที่สุดในโลก!
เพราะอะไร พี่ IEE จะพาไปดูค่ะ ![]()
เพราะรัฐบาลของประเทศแคนาดา ให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษามาก
เพราะประเทศแคนาดาได้ผลการประเมินของ PISA จัดให้แคนาดาอยู่ในกลุ่ม 10 ประเทศที่เยาวชนมีผลการเรียนเป็นเลิศ
เพราะปัจจัยสำคัญในความสำเร็จด้านการศึกษาของแคนาดาคือการยึดแนวคิดเรื่อง “ความเสมอภาค” ที่เป็นประเด็นสำคัญ ในการช่วยสนับสนุนให้ชาวต่างชาติได้เข้ามาเป็นนักเรียนของแคนาดา และส่งผลให้นักเรียนจากทั่วโลกได้ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ง่าย มีความมั่นใจ และประสบความสำเร็จในการเรียนนั่นเองค่ะ ![]()
ที่สำคัญระบบการเรียนการสอนที่ประเทศแคนาดานั้นเป็นสองภาษา นั่นคือ ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรก และภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาที่สอง น้อง ๆ ก็อาจจะได้ภาษาทั้งสองเลยก็ได้น้า สุดว้าวเลยค่า
อ่านมาถึงตรงนี้ เป็นยังไงกันบ้างค้ามีใครอยากไปแลกเปลี่ยนแคนาดามากกว่าเดิมไหม
แบบนี้เราก็ต้องมาทำความรู้จักกับโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศแคนาดาให้มากกว่าเดิมกันดีกว่าไปดูกันเลยย ![]()




ต้นคริสต์มาส ต้นไม้ในสวนสวรรค์ คืออะไร⁉
ต้องบอกก่อนว่า อีกไม่กี่วันก็จะถึงเทศกาลวันคริสต์มาสแล้วนะทุกคน ???? ซึ่งตรงกับวันที่ 25 ธันวาคมของทุกปีเลย และแน่นอนว่าหากพูดถึงวันคริสต์มาสนอกจากจะนึกถึงซานต้าแล้ว ก็มีอีกสิ่งสำคัญที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของเทศกาลนี้ และขาดไม่ได้เลย นั่นก็คือ ต้นคริสต์มาสนั่นเอง ???? ซึ่งร้านค้า สถานที่ต่าง ๆ เนี่ย ก็จะตกแต่งด้วยต้นคริสต์มาส เพื่อต้อนรับลูกค้า พร้อมกับป้ายที่แขวนรับเทศกาลปีใหม่ไปพร้อม ๆ กัน ✨
???? แล้วทุกคนเคยสงสัยหรือไม่ว่า ทำไมต้องต้นคริสต์มาส มันคือต้นอะไร แล้วมาจากไหน เกี่ยวข้องอย่างไรกับต้นไม้ในสวนสวรรค์? ใครอยากรู้ที่มาของต้นคริสต์มาส วันนี้พี่แอดมินก็เตรียมคำตอบมาให้แล้ว ไปดูกันเล๊ยย ????.???? ต้นคริสต์มาส ในวัฒนธรรมของชาวคริสต์เนี่ย หมายถึง ต้นไม้ในสวนสวรรค์ ที่เอวากับอาดัมไปเด็ดผลไม้มากิน ซึ่งเป็นการทำบาป เนื่องจากไม่เชื่อฟังพระเจ้า ดังนั้นต้นคริสมาสต์จึงเปรียบเสมือนเครื่องเตือนใจเกี่ยวกับเรื่องละเมิดคำสอนของพระเจ้า นอกจากนี้ชาวคริสต์ในสมัยนี้ยังเชื่อว่า ต้นคริสต์มาสหมายถึงพระเยซู ผู้เปรียบเสมือนต้นไม้แห่งชีวิตที่เขียวสดเสมอในทุกฤดูกาลนั่นเองจ้า
❓ ทำไมต้องต้นคริสต์มาส ก็ในศตวรรษที่ 11 ชาวคริสต์นิยมนำเรื่องเล่าเกี่ยวกับเทศกาลคริตส์มาสมาแสดงเป็นละครเพื่อถ่ายทอดความหมายของวันคริสต์มาสให้ชาวบ้านได้รับรู้ ✨ โดยในยุคนั้นได้มีการนำต้นสนมาตั้งไว้ตรงกลางเวทีเพื่อใช้เป็นของประดับฉาก ส่วนสาเหตุที่เลือกต้นสน ????ก็เนื่องมาจากเป็นต้นไม้ที่หาได้ง่าย ทำให้ในภายหลังจึงมีการเรียกต้นสนที่ใช้ประกอบฉากในการแสดงดังกล่าวว่า ต้นคริสต์มาส ???? จนในศตวรรษที่ 15 พระสังฆราชหลายแห่งได้ห้ามแสดง ชาวบ้านรู้สึกเสียดายที่ไม่มีโอกาสดูละครสนุก ๆ แบบนั้นอีก จึงไปสนุกกันที่บ้านของตน โดยเอาต้นไม้มาไว้ที่บ้าน หลังจากนั้นก็เริ่มมีการแขวนลูกแอปเปิ้ล ขนมและของขวัญอย่างที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้ค่า ส่วนที่มาของประเพณีปัจจุบัน ที่มีการแขวนของขวัญและไฟกะพริบไว้ที่ต้นคริสต์มาส และมีดาวของดาวิดไว้ที่สุดยอดนั้นมาจากเยอรมัน และประเพณีนี้ยังคงเป็นที่นิยมในหมู่ชาวตะวันตกมาจนถึงปัจจุบันนั่นเอง ????
เป็นอย่างไรบ้างค้าา เราก็ได้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับต้นคริสต์มาสไปแล้วส่วนหนึ่ง ต่อไปจะมีเรื่องไหนมาอัพเดตอย่าลืมติดตามได้ที่เพจ โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน – IEE Thailand น้าา
ขอบคุณข้อมูลจาก Kapook
สหรัฐอเมริกา
นับเป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่ ขึ้นมาในความคิด เมื่อต้องตัดสินใจไปเรียนที่ต่างประเทศ และถือเป็นประเทศที่นักเรียนต่างชาตินิยมมาเรียนกันมากกกกกก แล้วเหตุผลอะไรกันนะ
ถึงมีคนอยากไปเรียนที่อเมริกา มาดูกันค่ะ ![]()
ระบบการศึกษาที่ดีเลิศเป็นที่ยอมรับระดับสากลโลกระบบการศึกษาของอเมริกาเป็นหนึ่งในระบบการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นมากที่สุดในโลก ด้วยคุณภาพและนวัตกรรมทางการสอนล้ำหน้าที่มอบให้กับนักเรียน นักศึกษา มีหลักสูตรที่ Advance และมีหลากหลายหลักสูตรการสอนให้เลือกเรียนครบทุกสาขาวิชา ที่เปิดโลกทัศน์ของเราในรายวิชาที่ต่างออกไป ซึ่งจะช่วยพัฒนาทักษะความสามารถในส่วนที่เราขาดได้ไปด้วย ปังมากกก ซึ่งต้องขอบอกเพิ่มว่า สหรัฐอเมริกาเนี่ยเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยชั้นนำติดอันดับ World Universities Ranking มากมายเลยด้วยนะ ดังนั้นการได้ไปเรียนที่อเมริกาจะสร้างประสบการณ์ที่คุ้มค่า ที่หาที่ไหนไม่ได้!
ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและสัญชาติด้วยความที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศแห่งเสรีภาพใช่ม้า ทำให้มีคนมาอาศัยและศึกษาต่อเป็นจำนวนมากจากทั่วโลกเลย ถ้ามาเรียนที่นี่ก็จะได้สัมผัส และเรียนรู้กับวัฒนธรรม การใช้ชีวิตที่แตกต่างหลากหลาย รวมถึงวัฒนธรรมของคนอเมริกันด้วย นับเป็นการเปิดรับประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับตัวเองด้วยน้า
พัฒนาภาษาอังกฤษแบบอเมริกันแน่นอนว่าการไปเรียนที่สหรัฐอเมริกานั้น สิ่งหนึ่งที่จะได้กลับมาแบบชัวร์ ๆ นั่นก็คือ ภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกันนั่นเอง เพราะได้แลกเปลี่ยนบทสนทนา ทำให้ได้ฝึกฝนและพัฒนาการสื่อสาร ส่งผลให้เรามีการแสดงออกที่มั่นใจไปด้วย
ได้สัมผัสโลกกว้าง ฝึกทักษะการใช้ชีวิตใช่แล้วค่ะ การไปสหรัฐอเมริกานอกจากจะได้ความรู้จากการศึกษาแล้ว นั่นก็คือการได้พัฒนาศักยภาพในตัวเอง จากการได้ออกไปผจญภัยในโลกกว้าง ได้ทำอะไรใหม่ ๆ ที่ไม่เคยทำ ไปสถานที่ที่ไม่เคยไป พบเจอผู้คนใหม่ ๆ มากมาย ทำให้เราได้คิดและตัดสินใจด้วยตัวเอง แก้ปัญหาด้วยตัวเอง เป็นการเพิ่มทักษะความคิดให้เป็นระเบียบมากขึ้น จุดนี้แหละค่ะที่จะทำให้เราได้เรียนรู้การใช้ชีวิตอย่างแท้จริง
ใครที่มีความใฝ่ฝันอยากไปแลกเปลี่ยนที่ประเทศสหรัฐอเมริกาก็ไม่แปลก เหตุผลก็เห็น ๆ กันอยู่ใช่ม้าา
ถ้าน้อง ๆ ได้ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนสักครั้ง
พี่ IEE เชื่อว่าจะเป็นประสบการณ์อันล้ำค่าในชีวิตได้เลยค่ะ ![]()
ขอบคุณข้อมูลจาก Handson และ SI-ENGLISH

ตอนนี้ก็เดินทางมาถึงสิ้นปี 2564 ในช่วงวันสุดท้ายของปีกันแล้ว✨ ลองไปดูกันสิว่าประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา และอังกฤษ มีการจัดกิจกรรมอะไรในวันสุดท้ายของปี เพื่อต้อนรับวันปีใหม่บ้าง ????
???? แน่นอนว่าแต่ละประเทศก็จะมีการเฉลิมฉลองที่แตกต่างกันไปตามวัฒนธรรม ตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วโลก ส่งท้ายปีเก่าเพื่อต้อนรับปีใหม่ ???? ในวันนี้พี่ IEE จึงจะพาน้อง ๆ ทุกคนไปส่อง 3 ประเทศ‼️ อเมริกา แคนาดา และอังกฤษ ว่าแต่ละที่มีการจัดกิจกรรมปีใหม่อย่างไรกันบ้าง มีอะไรเป็นไฮไลท์ ????ซึ่งทุกประเทศนั้นล้วนแล้วแต่มีจุดเด่นที่น่าหลงไหลและน่าไป ถ้าพร้อมแล้ว…
???????? ประเทศสหรัฐอเมริกา ????ในอเมริกาจะมีการฉลองปีใหม่ที่แตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ ซึ่งแลนด์มาร์กที่คนส่วนใหญ่รวมถึงนักท่องเที่ยวมักจะไปฉลองปีใหม่กัน คือ ตึกไทม์สแควร์ เมืองนิวยอร์กนั่นเองจ้า โดยไฮไลท์สำคัญอยู่ที่บนเสาสูงกว่า 40 เมตร ที่ใช้ปล่อยลูกบอลยักษ์จากยอดเสาสู่พื้นด้านล่างภายใน 60 วินาที เป็นการนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่พร้อมกัน ที่เรียกว่า Ball drop การแสดงนี้กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของชาวนิวยอร์ก นักท่องเที่ยวและและผู้มาดูคอนเสิร์ตใกล้กับตึกไทม์สแควร์ที่จะอยู่รอชมไปด้วย ถ้ามีโอกาสพี่แอดมินก็อยากไปฉลองที่อเมริกาสักปี
???????? ประเทศแคนาดา ????ในแคนาดานั้น มักมีการเฉลิมฉลองที่บ้าน ร้านอาหาร บาร์ เต้นรำงานพบปะสังสรรค์ที่เพลิดเพลินกับดอกไม้ไฟ ซึ่งการแสดงดอกไม้ไฟที่พิเศษที่สุด จะจัดขึ้นในเมืองใหญ่ ๆ ในแคนาดารวมถึงมอนทรีออลและเมืองหลวงโตรอนโต งานดอกไม้ไฟเหล่านี้จะมีการแสดงดนตรีตลอดทั้งคืนจากดีเจ นักดนตรี นักร้องและวงดนตรีชื่อดังจากทั่วประเทศ งานปาร์ตี้เหล่านี้นี่แหละค่า ที่ดึงดูดผู้คนหลายพันล้านจากทั่วทุกมุมโลกมาที่นี่
???????? ประเทศอังกฤษ ????สำหรับชาวอังกฤษนั้น มักจะนิยมไปเคาท์ดาวน์กันที่ริมแม่น้ำเธมส์ หรือจากลอนดอนอาย เพื่อจะได้รอฟังเสียงของนาฬิกาบิ๊กเบนตีบอกเวลาเที่ยงคืนตรงนั่นเองจ้า บางคนอาจคุ้น ๆ กิจกรรมนี้ เพราะถือว่าเป็นมาร์คแลนด์เด่นของที่อังกฤษเลยทีเดียว แต่บางส่วนอาจไปรวมกันที่จตุรัสทราฟัลการ์ หรือพิกคาดิลลี เพื่อร่วมกันร้องเพลง “Auld Lang Syne” เพลงพื้นเมืองเก่าแก่ของชาวสก็อต
ใครชอบประเทศไหน ลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมกันได้เล๊ย เพราะนี่เป็นเพียงกิจกรรมส่วนหนึ่งของแต่ละประเทศเท่านั้น พี่แอดมินเนี่ยอยากไปทุกประเทศเลย ????
ขอบคุณข้อมูลจาก
– MThai
– absolutTravel

ประเทศแคนาดา
เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ใครหลายคนใฝ่ฝันว่าอยากไปแลกเปลี่ยนสักครั้งในชีวิต แต่ก็เอ๊ะ!
แอบมีความลังเลอยู่ในใจ ว่าจะไปดีไหม ที่นั่นเป็นยังไง ทำไมต้องแคนาดา
ซึ่งวันนี้พี่ IEE ก็ได้รวบรวมมาไว้ให้แล้วกับ “เหตุผลที่ควรไปแลกเปลี่ยนที่แคนาดา” ไปอ่านกันเล๊ยยย~
แคนาดาเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยสูงThe Global Peace Index โดย The Institute for Economics and Peace ได้จัดให้ “แคนาดาอยู่ใน 10 Most Peaceful Countries ในปี 2021” เลยนะค้า ซึ่งวัดจากระดับความขัดแย้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ รวมไปถึงการวัดจากมาตรการความปลอดภัยและความมั่นคงต่าง ๆ ทางสังคมและทางการทหารค่า สุดยอดไปเลยยย
แคนาดาเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมโดยแคนาดาเนี่ย เป็นประเทศแรกในโลกที่ประกาศใช้ “นโยบายความหลากหลายทางวัฒนธรรม” อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1971 ซึ่งนโยบายนี้ก็ทำให้น้อง ๆ สามารถปรับตัวได้ไม่ยาก เมื่อไปแลกเปลี่ยนที่แคนาดาจ้า ปังมาก
มาตรฐานและคุณภาพการศึกษาอยู่ในระดับสูงแคนาดาเป็นประเทศที่มีคุณภาพการศึกษาสูง รัฐบาลให้ความสำคัญต่อการศึกษามากกกก มาตรฐานการศึกษาของแคนาดาเป็นที่ยอมรับในระดับโลก จากการวัดผลในโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ (Programme for International Student Assessment) หรือ PISA ได้จัดให้แคนาดาอยู่ในกลุ่ม 10 ประเทศที่เยาวชนมีผลการเรียนเป็นเลิศเลย และปัจจัยสำคัญในความสำเร็จด้านการศึกษาของแคนาดาคือการยึดหลักคิดใน “ความเสมอภาค” ที่สนับสนุนให้นักเรียนต่างชาติเข้ามาเป็นนักเรียน ส่งผลให้ปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมที่แคนาดาได้ง่าย มีความมั่นใจ และประสบความสำเร็จในการเรียนด้วย จึ้งมากจริงงง (ขอบคุณข้อมูลจาก hand-on)
การจัดการเรื่องวัคซีนในแคนาดาอย่างที่เราทุกคนทราบกันดี ว่าสถานการ์ทั่วโลกขณะนี้กำลังเผชิญอยู่กับการแพร่ระบาดของโรค Covid-19 แต่แคนาดาเป็นประเทศหนึ่งที่มีการบริหารจัดการเรื่อง Vaccine Rollout อย่างมีประสิทธิภาพเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก โดยเวบไซต์ New York Times Corona Virus Tracking (www.nytimes.com) ให้ข้อมูลว่าประเทศแคนาดามีการฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้ว 80% และฉีดวัคซีนเข็มสองแล้ว 77% เลยค่า สามารถสร้างความมั่นใจในการเลือกไปแลกเปลี่ยนที่แคนาดาได้มากขึ้นไปอีก
เป็นอย่างไรกันบ้างค้าา จากบทความนี้อาจทำให้ใครหลาย ๆ คนอยากไปแลกเปลี่ยนที่แคนาดามากขึ้นเลยใช่ม้า หรือมีใครที่ตัดสินใจไปชัวร์แบบไม่ลังเลอีกต่อไป ยกมือขึ้น
ถ้าใครพร้อมแล้วก็ ลุยเล๊ย!!
ขอบคุณข้อมูลจาก campus
สายมูอย่าเลื่อนผ่าน
ใครไม่มู เรามู ที่พึ่งทางใจเข้าแล้ว 1วันนี้พี่ IEE มาแจก 4 คาถาช่วยสอบสุดจึ้ง
มาเพิ่มความมั่นใจในการทำข้อสอบให้กับน้อง ๆ




ปล. คาถาเป็นส่วนเสริมสร้างความมั่นใจสำหรับการสอบแต่อย่าลืมว่าทุกคนต้องอ่านหนังสือ และหมั่นทบทวนความรู้กันนะคะ สู้ ๆ แล้วมาเป็นครอบครัว IEE กันน้า เยิฟ ๆ ![]()
ขอบคุณข้อมูลจาก Sanook