เปิดบัญชีธนาคารในอเมริกาครั้งแรก เปิดยังไง? ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
29.08.2026Internship
สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังจะเดินทางไปฝึกงาน J-1 การมีบัญชีธนาคารในสหรัฐฯ ช่วยให้รับเงินเดือนผ่าน Direct Deposit ใช้บัตร Debit Card ชำระค่าใช้จ่าย และจัดการเงินระหว่างอยู่ในอเมริกาได้สะดวกขึ้น
📌 ก่อนเปิดบัญชี ต้องเตรียมอะไร? โดยทั่วไปเอกสารที่ธนาคารอาจขอ ได้แก่
1. Passport
ใช้เป็นเอกสารยืนยันตัวตนหลักสำหรับผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองสหรัฐฯ
2. DS-2019
สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ J-1 เอกสารนี้สามารถใช้เป็นเอกสารประกอบการยืนยันสถานะได้ โดยธนาคารบางแห่งระบุ DS-2019 เป็นหนึ่งในเอกสารที่สามารถใช้เป็น Secondary ID ได้
3. หลักฐานที่อยู่ในสหรัฐฯ
ควรเตรียมที่อยู่ที่พักให้ครบถ้วน เช่น เลขห้อง/Apartment, Street, City, State และ ZIP Code โดยธนาคารอาจขอเอกสารที่แสดงชื่อและที่อยู่ของผู้สมัคร
4. SSN (ถ้ามี)
การเปิดบัญชี ไม่ได้หมายความว่าทุกธนาคารจะต้องมี SSN เสมอไป สำหรับผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองสหรัฐฯ บางธนาคารสามารถเปิดบัญชีได้โดยใช้เอกสารยืนยันตัวตนอื่น แต่เงื่อนไขแตกต่างกันไปในแต่ละธนาคาร
5. เบอร์โทรศัพท์สหรัฐฯ
ควรมี U.S. Phone Number ที่สามารถรับสายและ SMS ได้ เพราะธนาคารอาจใช้เบอร์โทรศัพท์สำหรับ
- ยืนยันตัวตน
- รับรหัสยืนยันทาง SMS
- แจ้งเตือนธุรกรรม
- ติดต่อเกี่ยวกับบัญชี
- กู้คืนหรือยืนยันการเข้าใช้งาน Online Banking
สำหรับน้อง ๆ J-1 จึงควรพิจารณาจัดหา SIM/eSIM ที่มีเบอร์โทรศัพท์สหรัฐฯ หลังเดินทางถึงอเมริกา หรือเตรียมวิธีติดต่อที่ธนาคารยอมรับไว้ล่วงหน้า
🏦 ขั้นตอนการเปิดบัญชี
1. เลือกธนาคาร
เลือกธนาคารที่มีสาขาหรือ ATM ใกล้ที่พัก/สถานที่ทำงาน และตรวจสอบค่าธรรมเนียมของบัญชีที่สนใจ
2. เตรียมเอกสาร
เตรียม Passport, DS-2019, หลักฐานที่อยู่ และเอกสารเพิ่มเติมตามที่ธนาคารกำหนด
3. ไปที่สาขา
สำหรับผู้สมัครต่างชาติ การไปเปิดบัญชีที่ สาขา (Branch) อาจสะดวกกว่า เพราะเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบเอกสารและแจ้งว่าต้องใช้เอกสารเพิ่มเติมอะไรบ้าง
4. ฝากเงินเปิดบัญชี
บางธนาคารอาจกำหนดเงินฝากเริ่มต้น โดยจำนวนเงินและเงื่อนไขแตกต่างกันไปตามประเภทบัญชี
5. รับ Debit Card และตั้งค่า Online Banking
หลังเปิดบัญชีแล้ว สามารถใช้ Mobile Banking ตรวจสอบยอดเงิน โอนเงิน และจัดการธุรกรรมต่าง ๆ ได้
Checking Account หรือ Savings Account?
สำหรับเด็ก Internship โดยทั่วไป Checking Account จะเป็นบัญชีที่ควรให้ความสำคัญก่อน เพราะเหมาะกับการรับเงินเดือนผ่าน Direct Deposit และใช้สำหรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ซื้อของ จ่ายบิล หรือใช้ Debit Card
ส่วน Savings Account เหมาะกับการแยกเงินเก็บออกจากเงินที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
หมายเหตุ: เอกสารและเงื่อนไขการเปิดบัญชีแตกต่างกันไปตามธนาคารและประเภทบัญชี ดังนั้นควรตรวจสอบกับธนาคารที่ต้องการเปิดบัญชีโดยตรงก่อนเดินทางไปสาขา