SAY, SPEAK, TALK พูดเหมือนกัน แต่ความหมายไม่เหมือนกัน
19.09.2022High School Exchange
ทั้ง 3 คำนี้มีความหมายเกี่ยวกับพูด, คุยทั้งหมดเลย แต่มีการใช้งานแตกต่างกัน เราไปดูกันเลยดีกว่าว่า การใช้งานของ Say, Talk, Speak นั้นแตกต่างกันอย่างไร
มากันที่คำแรกกันเลยค่ะ SAY หมายถึง “พูด” ใช้ในการเน้นว่าใครพูดอะไร หรือเป็นการบอก/รายงานว่าใครสักคนพูดว่าอย่างไร หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเรานำ/ดัดแปลงคำพูดของอีกคนหนึ่ง มาเล่าให้อีกคนหนึ่งฟังนั่นเอง
ยกตัวอย่างเช่น
- กรณีที่เราดัดแปลงคำพูดของคนอื่นมาพูด หรือมาสรุปให้อีกคนฟัง
She said that she was feeling ill.
เธอบอกว่าเธอรู้สึกไม่ค่อยสบาย
- กรณีที่เรา “ยกคำพูดของคนอื่นมาทั้งหมด”
He said: “I going to join the party on Saturday”
เขาพูดว่า: “ฉันจะไปปาร์ตี้เสาร์นี้”
- Please say something?
ช่วยพูดอะไรหน่อยได้ไหม?
——————————————————————————————
ต่อมาคำว่า SPEAK คำนี้ก็หมายความว่าพูดเช่นเดียวกัน จะใช้ในสถานการณ์ที่เราพูดอะไรให้คนอื่น ๆ รวมถึงการนำเสนอสิ่งต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะใช้ในเรื่องที่เป็นทางการ หรือเรื่องที่สำคัญ และเป็นการพูดอยู่ฝ่ายเดียว (One way communication) นอกจากนี้ Speak ยังใช้กับภาษาอีกด้วย
ยกตัวอย่างเช่น
- Teacher Maam speaks to her students about the final examination.
ครูแหม่มพูดกับนักเรียนของเธอเรื่องการสอบปลายภาค
- Bee can speak English and Chinese.
บีพูดภาษาอังกฤษและภาษาจีนได้
- Can I speak with Merry?
ขอคุยกับคุณเมอร์รี่ได้ไหมคะ?
——————————————————————————————
มาถึงคำสุดท้ายของเรา คือคำว่า TALK คำนี้มีความหมายว่า พูด, คุย สามารถใช้ได้ในสถานการณ์ที่เป็นการพูดคุยเรื่องทั่ว ๆ ไป ไม่ใช่เรื่องที่จริงจัง เป็นการพูดโต้ตอบกัน มีผู้ร่วมการสนทนาตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป
ยกตัวอย่างเช่น
- We have to talk about our project.
เราต้องมาคุยกันเรื่องโครงการของเราแล้วนะ
- I talked with my boyfriend about the wedding.
ฉันคุยกับแฟนเกี่ยวกับงานแต่งงาน
——————————————————————————————
และนี่ก็คือความแตกต่างของคำว่า SAY, SPEAK, TALK ความหมายคล้ายกัน แต่การใช้งานจะมีความแตกต่างกัน หวังว่าทุกคนจะใช้ 3 คำนี้ได้คล่องแคล่วขึ้นน้าค้าา