ข่าวอัพเดทจาก IEE Thailand

News and Activities

เที่ยวฉบับเด็ก J-1: Yosemite National Park

09.08.2025
Work & Travel

สวัสดีน้องๆ Work and Travel ทุกคน! การมาใช้ชีวิต ทำงาน และท่องเที่ยวในสหรัฐอเมริกาเป็นประสบการณ์ที่สำคัญมากและหนึ่งในรางวัลที่ดีที่สุดหลังจากที่น้องๆ ได้ทำงานอย่างเต็มที่แล้ว คือการเดินทางไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติ Yosemite (โยเซมิตี) ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขา Sierra Nevada รัฐแคลิฟอร์เนียนั่นเอง! ที่นี่ยังเป็นหนึ่งในมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO อีกด้วย เรียกได้ว่าน้องๆ สายธรรมชาติห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

จุดเด่นสำคัญของอุทยาน:

El Capitan (เอล คาปิตัน): หน้าผาหินแกรนิตขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่ทางทิศเหนือของหุบเขา Yosemite Valley เป็นหนึ่งในหน้าผาหินที่ใหญ่ที่สุดในโลกและมีชื่อเสียงในฐานะจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักปีนเขา แม้ไม่ได้ปีนเขา แต่การได้ยืนชมความยิ่งใหญ่ของมันจากจุดชมวิวอย่าง El Capitan Meadow ก็เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจมากแล้ว

Half Dome (ฮาล์ฟ โดม): ยอดเขาที่มีรูปร่างเป็นเอกลักษณ์คล้ายโดมที่ถูกตัดครึ่ง ถือเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของอุทยานและเป็นหนึ่งในภาพที่คนจดจำได้มากที่สุด Half Dome เป็นจุดหมายปลายทางที่ท้าทายสำหรับนักเดินป่าที่ต้องการปีนขึ้นไปถึงยอดเขา ซึ่งมีให้เห็นจากหลายจุดทั่วอุทยาน

น้ำตกใน Yosemite: อุทยานแห่งนี้เป็นที่ตั้งของน้ำตกที่สวยงามหลายแห่ง โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่หิมะละลาย จะทำให้น้ำตกมีปริมาณน้ำเยอะเป็นพิเศษ

  • Yosemite Falls: เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ Upper, Middle, และ Lower Falls ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากจุดต่างๆ ในหุบเขา
  • Bridalveil Fall: น้ำตกที่มีความสูงไม่มากนัก แต่มีสายน้ำที่ไหลอย่างอ่อนช้อยเหมือนผ้าคลุมเจ้าสาว และมักจะมีละอองน้ำปลิวฟุ้งกระจายตามแรงลม

ป่าต้น Sequoia: ภายในอุทยานมีป่าต้น Sequoia หรือที่เรียกว่า Giant Sequoia Tree ซึ่งเป็นต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกและมีอายุยาวนานนับพันปี ที่ Mariposa Grove เป็นพื้นที่ที่มีต้น Sequoia ยักษ์เหล่านี้อยู่รวมกันจำนวนมาก ทำให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมและสัมผัสความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด

จุดชมวิวที่สวยงาม:

  • Tunnel View: เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมที่เมื่อมองผ่านอุโมงค์ จะเห็นทิวทัศน์อันน่าทึ่งของหุบเขา Yosemite Valley ทั้งหมด รวมถึง El Capitan, Bridalveil Fall และ Half Dome ได้อย่างครบถ้วน
  • Glacier Point: จุดชมวิวที่ให้ทัศนียภาพแบบพาโนรามาของ Half Dome และ Yosemite Valley ทั้งหมดจากมุมสูง (โดยปกติจะเปิดให้บริการในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูใบไม้ร่วง)

กิจกรรมที่น่าสนใจ:

  • เดินป่า (Hiking): Yosemite คือสวรรค์ของนักเดินป่า มีเส้นทางให้เลือกมากกว่า 800 ไมล์ (ประมาณ 1,300 กิโลเมตร) ตั้งแต่เส้นทางง่ายๆ สำหรับครอบครัวไปจนถึงเส้นทางที่ท้าทายสำหรับนักเดินป่ามืออาชีพ เช่น เส้นทางไปยังยอดเขา Half Dome ซึ่งต้องมีการขออนุญาตเป็นพิเศษ
  • ปั่นจักรยาน (Biking): การเช่าจักรยานและปั่นไปตามเส้นทางใน Yosemite Valley เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการสำรวจพื้นที่อย่างใกล้ชิดและเพลิดเพลินกับธรรมชาติ มีเส้นทางปั่นจักรยานโดยเฉพาะที่ปลอดภัยและสวยงาม
  • ดูดาว (Stargazing): เนื่องจากอุทยานตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกลจากเมืองใหญ่ ทำให้ Yosemite มีท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มืดสนิท เหมาะสำหรับการดูดาวและทางช้างเผือก นักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมโปรแกรมดูดาวที่จัดโดยเจ้าหน้าที่อุทยานได้
  • ชมและถ่ายภาพน้ำตก: ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ นักท่องเที่ยวจะนิยมเดินไปตามเส้นทางต่างๆ เพื่อชมความยิ่งใหญ่ของน้ำตกที่ไหลเชี่ยวกราก เช่น เส้นทาง Mist Trail เพื่อสัมผัสกับละอองน้ำจากน้ำตก Vernal Fall และ Nevada Fall
  • กิจกรรมทางน้ำ: ในช่วงฤดูร้อน สามารถเล่นน้ำ พายเรือ หรือนั่งพักผ่อนริมแม่น้ำ Merced ที่ไหลผ่านกลางหุบเขาได้
  • การปีนเขา (Rock Climbing): Yosemite มีชื่อเสียงระดับโลกในหมู่นักปีนเขา โดยเฉพาะที่ El Capitan ซึ่งดึงดูดนักปีนเขาจากทั่วโลกให้มาพิชิตหน้าผาที่ยิ่งใหญ่นี้

ช่วงเวลาที่น่าไปเที่ยว:

  • ฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน – มิถุนายน): เป็นช่วงที่น้ำตกมีน้ำเยอะที่สุดและสวยที่สุด อากาศดี เหมาะกับการเที่ยว
  • ฤดูร้อน (กรกฎาคม – กันยายน): อากาศอบอุ่นเหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้ง แต่คนจะเยอะเป็นพิเศษ
  • ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน): อากาศเริ่มเย็นสบาย คนไม่เยอะเท่าฤดูร้อน และใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีสวยงาม

วิธีการเดินทาง: อุทยานแห่งชาติ Yosemite มีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับว่าน้องๆ อยู่ที่ไหนและมีแผนการเดินทางอย่างไร ดังนี้

  • รถยนต์ส่วนตัว: เป็นวิธีที่สะดวกและได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะช่วยให้มีความยืดหยุ่นในการเดินทางไปยังจุดต่างๆ ภายในอุทยานได้ตามต้องการ มีถนนสายหลัก 3 สายที่เข้าถึงอุทยานได้แก่ Highway 41, Highway 140 และ Highway 120
  • รถบัส YARTS (Yosemite Area Regional Transportation System): เป็นบริการรถโดยสารสาธารณะที่เชื่อมต่ออุทยานแห่งชาติ Yosemite กับเมืองใกล้เคียงต่างๆ เช่น Merced, Mariposa, Oakhurst และ Mammoth Lakes เหมาะสำหรับน้องที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวหรือต้องการหลีกเลี่ยงการขับรถในเส้นทางที่ยากลำบาก
  • การเดินทางด้วยเครื่องบิน: สนามบินที่ใกล้ที่สุดคือ Fresno Yosemite International Airport (FAT) ซึ่งอยู่ห่างจากอุทยานประมาณ 2-3 ชั่วโมง เมื่อเดินทางมาถึงสนามบินแล้ว สามารถเช่ารถยนต์หรือใช้บริการรถบัส YARTS เพื่อเดินทางต่อเข้าไปในอุทยาน
  • การเดินทางภายในอุทยาน: ภายใน Yosemite Valley มีบริการ รถ Shuttle bus ฟรี ที่วิ่งให้บริการไปยังสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ เช่น Yosemite Falls, Mirror Lake และ Happy Isles การใช้บริการรถ Shuttle bus นี้จะช่วยให้ประหยัดเวลาและไม่ต้องกังวลเรื่องการหาที่จอดรถ

ทำงานและเที่ยวใน Yosemite ไปด้วยกัน!

สำหรับน้องๆ ที่อยากได้ประสบการณ์ Work and Travel ที่พิเศษกว่าใคร IEE Thailand มีโอกาสให้น้องๆ ได้ทำงานในสถานที่ที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นั่นคือที่พักใกล้กับอุทยานแห่งชาติ Yosemite เลย

การได้ทำงานที่ Rush Creek Lodge & Spa at Yosemite และ Evergreen Lodge Yosemite ทำให้น้องๆ ได้สัมผัสชีวิตที่ใกล้ชิดธรรมชาติ และใช้เวลาว่างจากการทำงานในการเที่ยวอุทยานแห่งชาติ Yosemite ได้อย่างเต็มที่ เป็นประสบการณ์ที่จะทำให้น้องๆ ได้ทั้งทำงาน ได้ทั้งเที่ยว และได้สร้างความทรงจำที่น่าประทับใจไปพร้อมๆ กัน

หากน้องๆ สนใจ สามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับงานที่ Rush Creek Lodge และ Evergreen Lodge ได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้

ขอให้น้องๆ ทุกคนสนุกกับการเดินทางและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ดีๆ ในช่วง Work and Travel! น้องๆ คนไหนที่อยู่อเมริกาและอยากไปเที่ยว Yosemite ก็เก็บบทความนี้ไว้ใช้เตรียมตัวได้เลย

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.