2026 Trend ประเทศที่คนไทยสนใจไปเรียนต่อ 📔📖
09.01.2026High School Exchange
เทรนด์การเรียนต่อต่างประเทศของคนไทยในปี 2026 มีความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจมาก ซึ่งปัจจัยหลักของการเปลี่ยนแปลงในปีค.ศ.นี้คือ “ความคุ้มค่า (ROI)”, “โอกาสในการทำงานหลังเรียนจบ (Post-Study Work Visa)” และ “ความใกล้บ้าน” ที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น
วันนี้พี่ ๆ IEE เลยจะมาเปิด 12 อันดับประเทศที่คนไทยให้ความสนใจสูงสุดและมาแรงในปี 2026 (รวบรวมจากสถิติการค้นหา ข้อมูลวีซ่า และเทรนด์การศึกษา) โดยจะแบ่งเป็น 3 กลุ่ม เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนครับ
👑 กลุ่ม “Big 4” (กลุ่มที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง)
1. สหราชอาณาจักร (UK)
ยังคงเป็นอันดับต้นๆ สำหรับคนไทย โดยเฉพาะระดับปริญญาโท เพราะใช้เวลาเรียนแค่ 1 ปี ทำให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายรวม (เมื่อเทียบกับประเทศที่เรียน 2 ปี) สิ่งที่เปลี่ยนไปในปี 2026 นี้ คือ ผู้เรียนจะเลือกมหาวิทยาลัยในเมืองรอง (เช่น Leeds, Birmingham, Scotland) มากขึ้นเพื่อเลี่ยงค่าครองชีพในลอนดอน
2. ออสเตรเลีย (Australia)
เป็นประเทศที่คนไทยไปเรียนมากที่สุด (ถ้ารวมคอร์สภาษาและ VET) เพราะทำงานพาร์ทไทม์ระหว่างเรียนได้ถูกต้องตามกฎหมาย และมีค่าตอบแทนสูง สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปในปีนี้คือ รัฐบาลออสเตรเลียจะปรับเกณฑ์วีซ่าให้ยากขึ้นและจำกัดจำนวนนักเรียน แต่เพราะคุณภาพชีวิตดี และโซนเวลา (Time Zone) ใกล้ไทย ทำให้ออสเตรเลียยังคงเป็นประเทศยอดฮิตของคนไทย
3. สหรัฐอเมริกา (USA)
ทำไมถึงฮิต:แม้สถานการณ์การเมืองของประเทศอเมริกาจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา รวมถึงกฎระเบียบของการทำวีซ่าจะเข้มงวดมากขึ้น แต่ปฎิเสธไม่ได้ว่าอเมริกายังคงเป็นเป้าหมายอันดับ 1 สำหรับสาย Tech, STEM และบริหารธุรกิจ (MBA) ที่ต้องการวุฒิจากมหาวิทยาลัยระดับโลก สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปในปี 2026 นี้คือ เทรนด์การเลือกเรียนในรัฐที่มีค่าครองชีพไม่สูงมาก (เช่น Texas หรือโซน Midwest) กำลังมาแรง และเน้นหลักสูตร STEM มากขึ้นเพื่อขอสิทธิ์ทำงานต่อ (OPT) ได้นานถึง 3 ปี
4. แคนาดา (Canada)
แคนาดาเป็นประเทศที่โดดเด่นเรื่องโอกาสในการขอ PR (Permanent Residency) เพื่อทำงานและพักอาศัยในประเทศถาวร เนื่องจากนโยบายการเปิดรับแรงงานที่ถูกกฎหมาย เพื่อพัฒนาประเทศแคนาดา และเพราะสิ่งนี้ทำให้แคนาดาเป็นประเทศที่สังคมเปิดกว้าง รวมถึงิดโพลประเทศที่ปลอดภัยที่สุดในโลกทุก ๆ ปี สิ่งที่อาจจะต้องจับตาเป็นพิเศษในปี 2026 นี้คือ แคนาดาเพิ่งประกาศจำกัดจำนวนวีซ่านักเรียนต่างชาติ ทำให้การแข่งขันสูงขึ้น นักเรียนไทยจะหันไปสมัครเรียนระดับปริญญาโท (Master’s) มากขึ้น เพราะได้สิทธิ์ขอใบอนุญาตทำงานหลังเรียนจบ (PGWP) ง่ายกว่าระดับปริญญาตรี
🚀 กลุ่ม “Asia Rising” (มาแรงที่สุดในปี 2026)
5. สาธารณรัฐประชาชนจีน (China)
เป็นเทศฮิตของคนไทยในช่วงปี 2025 เพราะไปเที่ยวประเทศนี้กันเยอะมาก ส่งผลกระทบไปถึงเรื่องของการศึกษาด้วย ซึ่งประเทศจีนนั้นกลับมาบูมมากหลังจากเปิดประเทศเต็มตัว ทุนการศึกษาเยอะที่สุดในเอเชีย (ทั้งทุนรัฐบาลและมหาลัย) รวมถึงค่าครองชีพไม่ต่างจากไทยมาก โดยในปี 2026 สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ ภาษาจีน และเทคโนโลยี AI กำลังเป็นที่ต้องการ เนื่องจากการเติบโตขอองจีนในทุก ๆ ด้าน รวมถึงตลาดแรงงานไทยต้องการคนได้ภาษาจีนสูงมาก
6. เกาหลีใต้ (South Korea)
อิทธิพลของ Soft Power (K-Pop/Series) ยังคงดึงดูดเด็กไทยมหาศาล ล่าสุดกรุงโซลได้รับการจัดอันดับเป็นเมืองน่าเรียนอันดับ 1 ของโลก (QS Best Student Cities) แซงหน้าลอนดอนในบางโพล โดยในปัจจุบันมหาวิทยาลัยเกาหลีเปิดหลักสูตรอินเตอร์ (สอนเป็นภาษาอังกฤษ) มากขึ้น และรัฐบาลเกาหลีตั้งเป้าดึงดูดนักเรียนต่างชาติอย่างจริงจังเพื่อแก้ปัญหาประชากรที่ลดอย่างต่อเนื่อง
7. ไต้หวัน (Taiwan)
ไต้หวัน เหมาะกับสโลแกน “คุณภาพระดับโลก ในราคาสบายกระเป๋า” โดดเด่นเรื่อง Semiconductor, วิศวกรรม และภาษาจีน ค่าเทอมถูกและมีความปลอดภัยสูงมาก ใช้ชีวิตไม่ยาก เพราะปัจจุบันประชากรไต้หวันวัยทำงานและวัยเรียน มักสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว รวมถึงรัฐบาลไต้หวันอัดฉีดทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนไทยเพื่อสร้างแรงงานทักษะสูงในอุตสาหกรรมชิปและเทคโนโลยี
8. ญี่ปุ่น (Japan)
ยังคงเป็นปลายทางในฝันของคนที่ต้องการไปเรียนต่อต่างประเทศสำหรับญี่ปุ่น ทั้งในเรื่องคุณภาพชีวิต วินัย และวัฒนธรรม เหมาะกับคนที่ต้องการทำงานในบริษัทญี่ปุ่นต่อ เนื่องจากเงินเยนอ่อนค่าลงอยางต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2025 ทำให้ค่าใช้จ่ายในการไปเรียนญี่ปุ่น “ถูกลงมาก” เป็นประวัติการณ์ ดึงดูดคนไทยได้มหาศาล
💎 กลุ่ม “Alternative & Value” (ทางเลือกคุณภาพสูง)
9. เยอรมนี (Germany)
เยอรมันขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ “เรียนฟรี” (ในมหาวิทยาลัยรัฐส่วนใหญ่ โดยมีจ่ายแค่ค่าธรรมเนียมเล็กน้อย) โดดเด่นมากในเรื่องของคุณภาพการศึกษาด้านวิศวะและเทคโนโลยี เพราะอยู่ในอันดับ 1 ของยุโรปมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันการไปเรียนเยอรมันง่ายมากขึ้นเนื่องจากหลักสูตรภาคภาษาอังกฤษ (English Programs) มีมากขึ้น ตัดปัญหาเรื่องกำแพงภาษา ทำให้นักเรียนไทยสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ
10. สิงคโปร์ (Singapore)
เป็นประเทศทีอยู่ใกล้ไทยที่สุด การศึกษาติด Top World Ranking (เช่น NUS, NTU) เหมาะสำหรับครอบครัวที่กังวลเรื่องความปลอดภัยและไม่อยากให้ลูกอยู่ไกล เพราะเวลาเดินทางนาน ไปหายาก แต่ข้อควรระวังของสิงคโปร์คือ ค่าครองชีพพุ่งสูงมาก ทั้งค่าที่พักและค่าอาหารราคาสูง จึงเน้นไปที่กลุ่มนักเรียนทุนหรือครอบครัวที่มีกำลังทรัพย์สูง
11. โปแลนด์ (Poland)
“ประตูสู่ยุโรป ในราคาหลักหมื่น” สิ่งที่ทำให้โปแลนด์เป็นม้ามืดในปี 2026 เพราะค่าเทอมถูกจนน่าตกใจ มหาวิทยาลัยรัฐบาลหลายแห่งค่าเทอมเริ่มที่ประมาณ 40,000 – 80,000 บาทต่อเทอม ซึ่งพอๆ กับมหาลัยเอกชนในไทย รวมถึงวีซ่านักเรียนที่ได้ สามารถเดินทางท่องเที่ยวในประเทศกลุ่มเชงเก้นได้ทั่วยุโรป รวมถึงมีหลักสูตรอินเตอร์เยอะมากโดยเฉพาะสาย แพทย์ (Medical Schools) และวิศวกรรม ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของเด็กไทย
12. นิวซีแลนด์ (New Zealand)
“Alternative Lifestyle ของคนไม่ชอบความวุ่นวาย” เป็นประเทศที่มาแรงมากในช่วงนี้ เพราะโดดเด่นในเรื่องความปลอดภัยไม่แพ้แคนาดา ค่าใช้จ่ายใกล้เคียงกัน แต่ Time Zone ไม่แตกต่างกันมาก รวมถึงยังคงเปิดกว้างให้นักเรียนที่เรียนจบระดับปริญญาตรีขึ้นไปทำงานต่อได้ง่าย รวมถึงมี Manaaki Scholarship ทุนรัฐบาลนิวซีแลนด์ที่เป็น “ทุนให้เปล่า” แบบ Full Ride (ฟรีทุกอย่าง) กำลังเป็นที่จับตามองของเด็กสายพัฒนาสังคมและเกษตรกรรม
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 📲

📱083-069-2556
📱086-490-2400
📞 02-612-9511 ต่อ 1001