SAY, SPEAK, TALK พูดเหมือนกัน แต่ความหมายไม่เหมือนกัน
24 มิ.ย. 22

ทั้ง 3 คำนี้มีความหมายเกี่ยวกับพูด, คุยทั้งหมดเลย แต่มีการใช้งานแตกต่างกัน เราไปดูกันเลยดีกว่าว่า การใช้งานของ Say, Talk, Speak นั้นแตกต่างกันอย่างไร 

มากันที่คำแรกกันเลยค่ะ SAY หมายถึง “พูด” ใช้ในการเน้นว่าใครพูดอะไร หรือเป็นการบอก/รายงานว่าใครสักคนพูดว่าอย่างไร หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเรานำ/ดัดแปลงคำพูดของอีกคนหนึ่ง มาเล่าให้อีกคนหนึ่งฟังนั่นเอง

ยกตัวอย่างเช่น

  • กรณีที่เราดัดแปลงคำพูดของคนอื่นมาพูด หรือมาสรุปให้อีกคนฟัง

She said that she was feeling ill.

เธอบอกว่าเธอรู้สึกไม่ค่อยสบาย

  • กรณีที่เรา “ยกคำพูดของคนอื่นมาทั้งหมด” 

He said: “I going to join the party on Saturday”

เขาพูดว่า: “ฉันจะไปปาร์ตี้เสาร์นี้”

  • Please say something?

ช่วยพูดอะไรหน่อยได้ไหม?

——————————————————————————————

ต่อมาคำว่า SPEAK คำนี้ก็หมายความว่าพูดเช่นเดียวกัน จะใช้ในสถานการณ์ที่เราพูดอะไรให้คนอื่น ๆ  รวมถึงการนำเสนอสิ่งต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะใช้ในเรื่องที่เป็นทางการ หรือเรื่องที่สำคัญ และเป็นการพูดอยู่ฝ่ายเดียว (One way communication) นอกจากนี้ Speak ยังใช้กับภาษาอีกด้วย 

ยกตัวอย่างเช่น 

  • Teacher Maam speaks to her students about the final examination. 

ครูแหม่มพูดกับนักเรียนของเธอเรื่องการสอบปลายภาค

  • Bee can speak English and Chinese.

บีพูดภาษาอังกฤษและภาษาจีนได้

  • Can I speak with Merry? 

ขอคุยกับคุณเมอร์รี่ได้ไหมคะ?

——————————————————————————————

มาถึงคำสุดท้ายของเรา คือคำว่า TALK คำนี้มีความหมายว่า พูด, คุย สามารถใช้ได้ในสถานการณ์ที่เป็นการพูดคุยเรื่องทั่ว ๆ ไป ไม่ใช่เรื่องที่จริงจัง เป็นการพูดโต้ตอบกัน มีผู้ร่วมการสนทนาตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป 

ยกตัวอย่างเช่น 

  • We have to talk about our project.

เราต้องมาคุยกันเรื่องโครงการของเราแล้วนะ 

  • I talked with my boyfriend about the wedding.

ฉันคุยกับแฟนเกี่ยวกับงานแต่งงาน

——————————————————————————————

และนี่ก็คือความแตกต่างของคำว่า SAY, SPEAK, TALK ความหมายคล้ายกัน แต่การใช้งานจะมีความแตกต่างกัน หวังว่าทุกคนจะใช้ 3 คำนี้ได้คล่องแคล่วขึ้นน้าค้าา 

LATEST