เปิดรายชื่อ 5 โรงแรมดัง! ที่ทำให้เด็ก Work & Travel มีเงินกลับไทยครึ่งล้าน ใน 4 เดือน!

วันนี้พี่แอดมินนำรายชื่อ 5 โรงแรมอันดับต้น ๆ ที่เด็ก Work & Travel เลือกไปมากที่สุด แถมมีเงินเก็บกลับมาไทยเกือบครึ่งล้านภายใน 4 เดือน 🔥 ที่เคยบอกว่า ไปทำงานแม่บ้านกลับมาซื้อบ้าน ไม่เกินจริงเลย

.

พี่ IEE เองได้คัดสรรงานดี ความปลอดภัยสูง เรทแน่น มีโอกาสหางาน2-3 ได้ง่ายมาเสริฟน้อง ๆ ถึงที่ อยากให้น้อง ๆ ได้รับประโยชน์คุ้มค่ามากที่สุดดด! จะไปอเมริกาทั้งที ก็ต้องได้ประสบการณ์กลับมา ได้เงินกลับมาคืนพ่อแม่แถมมีกำไรอีกต่างหาก แถมยังได้ท่องเที่ยว เรียกได้ว่า ครบ คุ้ม จบในที่เดียวเลย

.

เรามาดูกันเลยดีกว่าว่าจะมีโรงแรมไหนบ้างที่น้อง ๆ นิยมไปกัน และแต่ละโรงแรมจะมีตำแหน่งงานไหนที่โดนใจเราบ้าง แต่สำหรับน้องคนไหนที่เล็งโรงแรมอื่นเอาไว้ ไม่ต้องน้อยใจน้า เพราะว่าโรงแรมอื่นก็เรทสูงไม่แพ้กันเลยค่า

.

FOXWOODS RESORT CASINO
Mashantucket, Connecticut
โรงแรมนี้เด่นดังมากในปี 2022 ที่ผ่านมา จริง ๆ แล้วที่นี่เป็นโรงแรมที่ใหญ่เป็นอันดับ 1 ในอเมริกาเลยทีเดียว
เป็นแหล่งรวมเอ็นเตอร์เทนเม้นท์แบบครบวงจร
แถมที่นี่เค้าประกาศความยิ่งใหญ่ด้วยการมีเอ้าท์เลทในพื้นที่โรงแรมไปเลยค่า! นาทีนี้ใครจะสู้ไหว
HARD ROCK HOTEL AND CASINO LAKE TAHOE
Stateline, Nevada
โรงแรมหรู รูปทรงกีตาร์ ย่าน Lake Tahoe ยืนหนึ่งเรื่องโลเคชั่นสุดปั๊วะ มีตำแหน่งงานให้เลือกเยอะมากกกกก
เด่นดังเรื่องทิปส์ เพราะเด็กที่ไปที่นี่เค้าเก็บทิปส์ไว้จ่ายค่าบ้านกันค่าา อ่านไม่ผิด เอาทิปส์มาจ่ายค่าบ้าน!
HARRAH’S ATLANTIC CITY
Atlantic City, New Jersey
โรงแรมใหญ่ที่ Atlantic City, NJ เมืองนี้อยู่ไม่ไกลจาก Philladephia และ New York
สามารถไปเที่ยวแบบ One Day Trip ได้เลยย~
ถ้าพูดถึงเรื่องค่าตอบแทนแล้วละก็ ที่นี่ให้เรทสูงถึง $20 ต่อชั่วโมงเลยนะ!
เรียกได้ว่าน้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ ของจริงค่า
THE ROW RENO
Reno, Nevada
ขึ้นแท่นเป็นขวัญใจในทุก ๆ ปีสำหรับ The Row Reno ที่นี่เค้ารวบ 3 โรงแรมไว้ในที่เดียวกัน
ตั้งอยู่กลางดาวน์ทาวน์รีโน เดินทางไปทำงานสะดวกสบายมาก แถมยังอยู่ไม่ห่างจากทะเลสาปทาโฮ
เรียกได้ว่าเหมือนได้ไปเที่ยวและทำงานไปในตัว สุดคุ้มจริง โลเคชั่นนี้
EDGEWOOD TAHOE
Stateline, Nevada
เรียกได้ว่าเป็นโรงแรมที่รวมศิลปิน ดารา นักร้องมาไว้ที่นี่ Edgewood เป็นโรงแรมหรู
ที่คนมีชื่อเสียงมักเลือกที่จะมาพักผ่อนหย่อนใจ มา Take Vacation
เพราะด้วยรูปลักษณ์ของโรงแรมสวยแบบราศีจับ ไหนจะโลเคชั่นที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาป
บอกเลยว่าที่นี่สวยตาแตก! เหมือนได้มาเที่ยว มาเสพธรรมชาติก่อนเข้างานทุกวัน
จะว่าไปตำแหน่งเค้าก็เริ่ดไม่แพ้กัน เพราะพ่วงมาด้วยเรทสูงถึง $20 ต่อชั่วโมง บอกเลยว่าใจสั่น ~

.

น้อง ๆ วัยมหาลัยห้ามพลาดแล้วหละ! ปิดเทอมนี้เป็นโอกาสที่ดี ที่จะได้ไปทำงานและท่องเที่ยว 🌲🌏 ถ้าเรียนจบแล้ว ก็ไปไม่ได้แล้วน้า 😊 ไม่มีอะไรให้ต้องรอแล้ววววว ~

.

น้องแจม SPRING 2022 The Row (Circus Circus), NEVADA  POSITION : GUEST ROOM ATTENDANT

แล้วตอนที่เราเริ่มเทรนงาน ทางหัวหน้างานให้เราทำอะไรบ้างคะ และใช้เวลากี่วันในการเทรนจนกว่าเราจะทำงานเป็นและเริ่มปล่อยให้เราทำงานเองคนเดียว

– ตอนเทรนงานจะใช้เวลาประมาณ 5 วันค่ะ โดยที่ทาง Manager จะให้เราเข้าห้องพักแขกไปถอดผ้าปูเตียง ปลอกหมอน สอนเราดูประเภทและขนาดของเตียงที่แตกต่างกัน พวกเตียงคิงไซส์ ควีนไซส์ ประมาณนี้ค่ะ หลังจากนั้นเค้าจะสอนเราดูประเภทน้ำยาที่จะต้องใช้เวลาทำความสะอาด เพราะน้ำยาที่ใช้ในโรงแรมมีเยอะมาก ๆ เราจะต้องใช้ให้ถูกต้อง นอกจากนี้เค้ามีการเทรน set ผ้าในแต่ละห้อง และ set amenity & mini bar ต่าง ๆ

ถือว่าใช้เวลาในการเทรนงานไม่เยอะมากนะคะ แล้วตอนที่เราเริ่มทำงานจริงวันแรกเลย เราได้ทำอะไรบ้างคะ ตื่นเต้นมั้ยเพราะว่าเราไม่เคยทำงานแม่บ้านมาก่อน

– ต้องบอกก่อนเลยว่าช่วง Spring ที่หนูไปด้วยความที่แขกเข้าพักยังไม่เยอะ หัวหน้าเลยให้เราทำความสะอาดเป็นคู่ วันนึงทำประมาณ 13-15 ห้อง ถือว่าเยอะมาก ๆ แต่พอช่วยกันทำเลยเสร็จเร็ว ตอนที่ได้ทำงานจริงวันแรกคือทำ 1 ห้อง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เพราะเรายังไม่ชินกับการทำงาน เราใหม่มาก ๆ กับงานนี้เลยใช้เวลาค่อนข้างเยอะเลยค่ะ ในช่วงแรกทางหัวหน้าจะให้เราทำความสะอาดห้อง ประมาณ 3-5 ห้องต่อวัน เราก็จะแบ่งเลยว่าเช้าทำ 2 ห้อง บ่ายทำ 3 ห้อง ต้องบอกเลยว่าตอนแรก ๆ กดดันมากเพราะเราทำไม่ทันจริง ๆ บางครั้งมีการคืนห้องบ้างแต่ทางหัวหน้างานเค้าอยากให้เราได้ทำงานจริง ๆ เค้าเลยพยายามที่จะให้เราทำงานเป็นไว ๆ ช่วงที่หนูทำงานแรก ๆ บางทีทำห้องไม่ทันก็จะมีเพื่อน ๆ มาช่วยบ้าง

ถือว่าน้องแจมเก่งมาก ๆ เลยนะคะ ที่แม้จะไม่มีประสบการณ์การทำงานเกี่ยวกับงานแม่บ้านมาก่อน แต่สามารถทำความสะอาดห้องพักได้ในแต่ละวัน จำนวน 13-15 ห้อง แล้วทีนี้เรื่องที่ไม่ถามไม่ได้เลย คือเรทค่าแรง ที่เราเห็นมาจากรีวิวของพี่ปีก่อนๆว่าเค้าได้เรทสูง แล้วตอนที่เราทำงานเราได้เรทเท่ากับที่พี่ๆเค้าได้มั้ยคะ

– ตอนแรกเลยของที่ Circus Circus จะได้เรท $14/ชม. ตอนที่เราเทรนงานเค้าก็จะให้เราเรทนี้ก่อน และตอนที่เราเริ่มทำงานแรก ๆ เค้าก็จะให้เรท $14/ชม.ก่อน โดยที่ทาง Manager จะมอบหมายให้เราทำความสะอาดห้องพักในแต่ละวัน เริ่มจากวันละ 5 ห้อง เพิ่มเป็นวันละ 8 ห้อง, 10 ห้อง, 13 ห้องและ 15 ห้อง ถ้าสามารถทำความสะอาดห้องพักได้มากขึ้นเรื่อย ๆ เรทค่าแรงเราก็จะถูกปรับจาก $14 เป็น $18 ขึ้นอยู่กับ Performance ของเราเลยค่ะ ถ้าใครขยัน ๆ หน่อยก็จะได้ปรับเรทค่าแรงเร็ว นอกจากนี้ในเรื่องของ OT ที่ Circus Circus จะให้ทำ OT ประมาณ 1-2ชม./วัน ถ้าเราทำ OT เราก็จะได้เรท $28/ชม. ถ้าวันหยุดเราอยากไปทำงานสามารถขอกับทาง Manager ได้เลย ถ้ามีห้องว่างให้ทำ เค้าก็จะให้เรามาทำค่ะ แล้วก็ได้เป็นเรทค่าแรง OT

ต้องบอกเลยว่าที่นี่เรทไม่เคยแผ่วเลยจริง ๆ มีแต่ปังขึ้นตลอด แล้วนอกจากนี้เราได้ทำงาน 2 บ้างมั้ยคะหรือทำแค่งานนี้งานเดียว

– หนูทำแค่งานนี้งานเดียวค่ะ เพราะเหนื่อยมาก ๆ กว่าจะเลิกงาน กลับไปถึงบ้านก็คือนอนแล้ว ไม่มีแรงไปทำงานต่อ แต่ต้องบอกเลยว่าหนูทำงานแค่งานนี้งานเดียว ก็พอที่จะจ่ายค่าบ้าน ค่ากิน แบบบางทีไปกินข้าวร้าน Fine Dining หรู ๆ ได้ด้วย แล้วก็มีช็อปปิ้งบ้าง เพื่อนหนูบางคนทำงาน 2 ด้วยก็คือเที่ยว ช็อปกันกระจายเลยค่ะ

พูดถึงเรื่องเที่ยวแล้วต้องขอถามน้องแจมว่า เราได้ไปเที่ยวที่ไหนมาบ้างมั้ยคะ เพราะว่าเราเพิ่งอยู่ปี 3 แล้วต้องกลับมาเรียน ทำให้ไม่ได้อยู่เที่ยวนาน

– ของหนู หนูเที่ยวผ่านการซื้อทัวร์ค่ะ เราซื้อทัวร์ในเว็บแต่ว่าคนที่ดูแลประสานงานจะเป็นพี่คนไทย หนูซื้อทัวร์ไปเที่ยวที่ San Francisco 6-7 วัน เค้าก็จะพาเราไปเที่ยวตามสถานที่สำคัญต่าง ๆ แล้วก็จะมีปล่อยฟรี 2 วัน เราก็เลือกได้เลยว่าอยากไปเที่ยวที่ไหน แล้วหนูก็บินไปฝั่ง New York ก็ซื้อทัวร์อีก ทัวร์ฝั่ง New York ใช้เวลาประมาณ 4-5 วัน เค้าก็จะพาไปเที่ยวแถว Chicago/ Manhattan/ Philadelphia/ Washington ค่าใช้จ่ายประมาณ $500-800 ไม่รวมค่าไกด์และค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ นะคะ ซึ่งหนูว่าการเที่ยวกับทัวร์เป็นเรื่องที่ดี เพราะเรามีคนจัดการให้ทุกอย่าง เหมาะกับคนที่ไม่ชอบแพลนการเที่ยวเองค่ะ

สำหรับวันนี้ต้องขอบคุณน้องแจมมาก ๆ เลยนะคะ ที่ได้มาร่วมแชร์ประสบการณ์ดี ๆ กับพี่ ๆ และเป็นการส่งต่อสิ่งดี ๆ กับเพื่อน ๆ น้อง ๆ ที่สนใจจะเข้าร่วมโครงการแล้วไปเจอประสบการณ์แบบเดียวกับน้องแจม ถ้าหากน้อง ๆ คนไหนที่สนใจอยากจะไปสัมผัสประสบการณ์แบบเดียวกับน้องแจม สามารถทักไลน์ @ieethailand เข้ามาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกันได้เลยนะคะ 

น้องรานี SPRING 2022 Bally’s Lake Tahoe POSITION : Café Attendant

เราลองเล่าถึงรายละเอียดของงานตำแหน่งนี้ให้เพื่อน ๆ ฟังได้มั้ยคะ เผื่อจะมีเพื่อน ๆ ที่เป็นแฟนตัวยงของ Starbucks และอยากทำงานตำแหน่งเดียวกันกับเรา

– ยินดีเลยค่ะ ตอนที่หนูมาถึงที่โรงแรมแล้วเริ่มเทรนงานตำแหน่ง Café Attendant ปกติจะต้องเทรนประมาณ 1-2 สัปดาห์ก่อน จากนั้นเค้าถึงจะเริ่มปล่อยเราทำงานเอง แต่ของหนูคือเค้าเทรนงานให้แปปเดียว แล้วทาง Assistant Manager เห็นว่าเราสามารถทำงานได้ เลยให้เราทำงานเอง อยู่คนเดียวเลย ซึ่งถือว่าค่อนข้างท้าทายมาก ๆ เลย โดยปกติแล้วตำแหน่งนี้ จะทำงานช่วง 14.00 – 22.00น. ค่ะ แต่ตอนที่หนูไปทำงาน เหมือนกับว่าร้านอาหาร Café Del Soul เค้าขาดคนทำงาน เลยให้หนูไปทำเป็น Host ด้วย คือต้องบอกก่อนเลยว่า เราสามารถสลับตำแหน่งงานภายใต้แผนกเดียวกันได้ โดยทาง Assistant Manager เค้าจะถามความสมัครใจของเราก่อนว่า อยากลองทำงานตำแหน่งนี้ดูมั้ย ถ้าเรา  โอเคเค้าจะให้เราไปช่วยงานค่ะ ซึ่งถือว่าเป็นการฝึกประสบการณ์ที่ดีมาก ๆ แต่ยังไงใจก็ยังรัก Starbucks เหมือนเดิม

ฟังดูแล้วน่าสนใจมาก ๆ เลยนะคะ เพราะเค้าให้โอกาสเราได้ลองทำอะไรหลายๆอย่างเลย แล้วอย่างนี้แสดงว่าชั่วโมงการทำงาน เรทค่าแรงหรือสวัสดิการของที่ Bally’s เป็นยังไงบ้างคะน้องรานี

– บอกเลยว่าหนูทำงานแทบจะ 6วัน/สัปดาห์ คือชั่วโมงการทำงานเยอะมาก ของตอนที่หนูไปทำงานช่วง Spring นะ แบบประมาณ 48ชม./สัปดาห์เลย โดยปกติอย่างตำแหน่งที่หนูทำเป็น Café Attendant จะได้เรทประมาณ $13/ชม. ถ้าเป็น OT จะได้ $19.5/ชม. ซึ่งถ้าเราทำงานเกิน 40ชม. ขึ้นไป หลังจากนั้นเค้านับเป็น OT หมดเลยค่ะ บอกเลยว่าคุ้มค่ากับการทำงานสุด ๆ ยังไม่รวม tips ที่แขกเค้าจะให้เราอีกนะ อย่างตำแหน่ง Café Attendant การที่แขกจะให้ทิปเรา คือ เราจะคีย์เมนูในเครื่องก่อนแล้วปริ้นใบเสร็จออกมาให้แขกตรวจสอบว่าถูกต้องหรือไม่ แล้วแขกเค้าจะเซ็นในบิลเองเลยว่าจะให้ทิปเราเท่าไหร่ ซึ่งแล้วแต่ดวงจริง ๆ ว่าแขกจะใจดีกับเรามากน้อยแค่ไหน แต่โดยรวมถือว่าผลตอบแทนค่อนข้างคุ้มค่ามาก ๆ เลยค่ะ และในเรื่องของสวัสดิการของที่นี่คือเค้าจะให้เราพักเบรค 40 นาที 1 ครั้ง อันนี้เค้าบังคับให้เราเบรคเลย เราต้องไปกินข้าวหรือไปพัก แล้วอีก 2 ครั้งจะเป็น ครั้งละ 10 นาที เหมือนให้ไปนั่งพักขาสักแปปนึงอะไรแบบนี้ หนูเองไม่ค่อยได้พัก เพราะก็นั่งเล่นอยู่ในร้านนั่นแหละค่ะ แล้วในส่วนของอาหารกลางวันทางโรงแรมจะไม่มีเป็นอาหารฟรีให้แต่จะได้เป็นส่วนลดพนักงานในการซื้ออาหาร 25% และมีโซนกาแฟ เครื่องดื่ม ให้เรากินได้ฟรี

เราได้ทำงาน2ด้วยมั้ยคะ

– ทำค่ะ เพราะหนูเป็นคนชอบทำงาน ตอนแรกเลยไปสมัครที่ Harrah Lake Tahoe ก่อน เค้าให้เราทำตำแหน่ง Busser เราก็ไปทำนะ 2วัน/สัปดาห์ แต่คือรู้สึกเลยว่า งานแบบนี้ไม่ใช่แนวเรา ต้องบอกเลยว่า งานร้านอาหารค่อนข้างหนัก ต้องคนที่ชอบจริง ๆ จะสนุกกับมัน ทำได้อยู่ประมาณเดือนนึง ก็เลยเปลี่ยนไปทำงานที่ Edgewood ค่ะ โรงแรมที่หนูสมัครคืออยู่บริเวณใกล้ ๆ กันหมดเลย สามารถเดินไปทำงานได้ อย่างที่ Edgewood หนูได้ทำตำแหน่ง Barista (อีกแล้ว) ด้วยความที่ใจรักการทำเครื่องดื่มมาก เลยรู้สึกว่าตำแหน่งนี้แหละเหมาะกับเราที่สุดแล้ว ต้องบอกเลยว่าการทำงานที่นี่เป็นการเปิดประสบการณ์ในการได้เจอดาราหรือศิลปินที่มีชื่อเสียง เพราะโรงแรมนี้เป็นโรงแรมที่ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้า VIP ตัวหนูเองก็มีโอกาสได้เจอศิลปินหลายครั้ง และสิ่งที่หนูภูมิใจสุด ๆ คือ หนูแทบจะเป็นเด็ก J-1 คนเดียวที่ได้ทำงานที่โรงแรมนี้ ไม่รู้ว่าเพราะโชคช่วยหรือยังไง แต่ก็รู้สึกขอบคุณมาก ๆ ที่เค้ารับหนูเข้าทำงานค่ะ

ฟังเรื่องราวการทำงานของน้องรานีแล้วต้องบอกเลยว่า อัดแน่นจริงๆ เรียกได้ว่าไปทำงานประมาณเกือบ 4 เดือน ได้ลองทำไปหลายตำแหน่งมาก ๆ แล้วหลังจากที่จบโครงการเราได้ไปเที่ยวที่ไหนบ้างมั้ยคะ

– หนูไปเที่ยวที่ LA แล้วก็ไปเที่ยว Disneyland ที่ California แล้วก็ข้ามไปเที่ยวที่ New York ค่ะ ซึ่งทั้งหมดที่หนูไปเที่ยวคือหนูไปคนเดียวหมดเลย ซึ่งตัวหนูเองไม่ได้มีปัญหากับการเที่ยวคนเดียวอยู่แล้ว เพราะเดินทางมาแล้วหลายประเทศ เราสนุกกับการได้ท่องเที่ยวมาก ๆ บางคนอาจจะถามว่า ทำไมไม่ไป Road Trip กับเพื่อน ๆ ต้องบอกเลยว่าความชอบในการเที่ยวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน อย่างหนูคือไม่ชอบนั่งรถนาน ๆ ถ้านั่งเครื่องบินยังไหวอยู่เลยเลือกเที่ยวแบบที่ตัวเองชอบดีกว่า เดินเล่น ช้อปปิ้ง กินข้าวร้านดัง ก็คือเอาเงินจากการทำงานมาเที่ยวเต็มที่ และยังเหลือเงินซื้อของที่เราอยากได้ เอาไปเที่ยวสิงคโปร์ตอนกลับมาถึงไทยแล้วพาคุณยายไปเที่ยวอีก เรียกได้ว่า ทำงานได้ค่าแรงคุ้มสุด ๆ

ต้องบอกเลยว่าน้องรานีใช้ชีวิตได้ครบรสมาก ๆ สมกับการไป Work and Travel ของจริง มาถึงช่วงสุดท้ายแล้วค่ะ เราคิดว่า เราได้ประโยชน์อะไรจากการไปเวิร์คครั้งนี้บ้างคะ

– อย่างแรกที่ได้เลยคือการได้มิตรภาพที่ดีค่ะ อย่างตอนที่ทำงานที่ Bally’s ต้องบอกเลยว่าเพื่อนร่วมงานทุกคนใจดีมาก น่ารักมาก ๆ ทุกคนดูแลช่วยเหลือกันสุด ๆ เราได้เพื่อนจากการทำงานค่อนข้างเยอะเลยจนถึงตอนนี้กลับมาถึงไทยแล้วก็ยังติดต่อกันอยู่หรือแม้กระทั่งกับเพื่อนคนไทยที่เดินทางไปเจอกันที่นู้น ก็ช่วยเหลือดูแลกัน มีไปเที่ยว ทำอาหารกินกันบ้าง ถือว่าเป็นสิ่งดี ๆ ที่ได้รับกลับมาจากการไปเวิร์คมากเลยค่ะ และอีกอย่างนึงที่ได้กลับมาคือ Mindset เราเปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะ จากการที่คนรอบตัวทักตอนที่หนูมาถึงไทยแล้ว ทุกคนบอกว่า เราดู Friendly ขึ้น กล้าที่จะคุยกับคนแปลกหน้าก่อน หรือกล้าที่จะชมคนอื่นมากขึ้นและเรากลายเป็นคนที่เข้าใจคนทำงานบริการมากขึ้น เพราะเราเคยทำงานบริการมาซึ่งสิ่งนี้เปลี่ยนความคิดหนูไปแบบมาก ๆ รู้สึกว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีค่ะ และหนูเองก็อยากให้เพื่อน ๆ ที่กำลังลังเลเกี่ยวกับการไปเวิร์คว่าควรไปดีมั้ย ต้องบอกเลยว่าครั้งนึงในชีวิตเราควรลองไปเวิร์คสักครั้งเพราะคุณจะได้ประสบการณ์ที่ล้ำค่าและหาไม่ได้จากที่ไทยแน่นอน