1. โครงการ Work and Travel คืออะไร ถ้าเรียนจบแล้วหรือ ไม่เป็นนักศึกษาสามารถเข้าร่วมโครงการ Work/Travel in USA ได้หรือไม่ |
โครงการ Work and Travel เป็น โครงการแลกเปลี่ยนในระดับอุดมศึกษาที่ทาง รัฐบาลอเมริกาได้ เปิดโอกาสให้ นักศึกษา มีโอกาสได้เข้าไปใช้ชีวิตและ ทำงานอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาในช่วงปิดภาคเรียน นักศึกษาสามารถเรียนรู้วัฒนธรรมของชาวอเมริกัน และ มีรายได้ขณะที่นักศึกษาทำงาน นักศึกษาที่จบการศึกษาไปแล้ว และหมดสภาพการเป็นนักศึกษาจะเข้าร่วมโครงการไม่ได้ เพราะโครงการ Work/Travel in USA เป็นโครงการที่ต้องใช้ วีซ่าประเภท J – 1 ซึ่งถือเป็นประเภทหนึ่งของวีซ่านักเรียน ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นผู้ที่มีสถานภาพเป็นนักศึกษาเท่านั้น (ดูคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการให้หน้า Work & Travel in USA ) และตามกฎหมายของรัฐบาลอเมริกัน นักศึกษาที่สมัครเข้าร่วมโครงการต้องมีสถานภาพเป็นนักศึกษาภาคปกติปี 2 ขึ้นไป ปริญญาตรี หรือ ปริญญาโท มีอายุระหว่าง 18 – 25 ปี หรือถึง 30 ปีในบางประเทศ โครงการจะไม่รับผู้ที่ไม่มีสถานภาพเป็นนักศึกษาและต้องไม่ใช่นักศึกษาชั้นปีสุดท้าย |
นักศึกษาสามารถเข้าร่วมโครงการได้ กี่เดือน |
นักศึกษาจะสามารถทำงานเป็นการชั่วคราว ได้นานที่สุดเป็นเวลา 4 เดือน ตามกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยนักศึกษาในระดับปริญญาตรีจะมีระยะเวลาการทำงานขึ้นอยู่กับการปิดภาคเรียนของมหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่แล้วนักศึกษาจะสามารถเข้าร่วมโครงการได้เป็นระยะเวลา 2 เดือนครึ่งถึง 3 เดือน สำหรับนักศึกษาในระดับปริญญาโท การปิด-เปิดภาคเรียนจะยืดหยุ่นกว่า ดังนั้นนักศึกษาไทยในระดับปริญญาโทโดยส่วนใหญ่แล้วจะสามารถเข้าร่วมโครงการสูดสุดเป็นระยะเวลาถึง 4 เดือน โดยทั้งนี้การเริ่มและสิ้นสุดระยะเวลาการทำงานจะถูกแจ้งไว้ในเอกสาร DS -2019 ซึ่งเป็นเอกสารที่ใช่ยื่นขอวีซ่า J-1 และต้องใช้ควบคู่กันตลอดระยะเวลาที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนั้นตามกฎของโครงการ เมื่อสิ้นสุดการทำงานสามารถท่องเที่ยวในประเทศสหรัฐอเมริกาได้อีก 30 วัน อย่างถูกต้องตามกฎหมาย |
3.ถ้าต้องการท่องเที่ยว 30 วันหลังจากทำงาน ต้องเปลี่ยนวีซ่าหรือไม่ |
ไม่ต้อง ระยะเวลาที่ระบุไว้ในวีซ่านั้น อาจจะไม่ครอบคลุมไปถึง 30 วันในการท่องเที่ยวหลังจากที่นักศึกษาเสร็จสิ้นโครงการ ซึ่งตามกฎหมายวีซ่าประเภท J-1 นักศึกษาจะท่องเที่ยวได้เท่านั้น และหลังจาก 30 วันและนักศึกษาต้องเดินทางกลับประเทศไทย |
4. มีวีซ่าท่องเที่ยว (B1/B2) อยู่แล้วจำเป็นต้องขอวีซ่าใหม่หรือไม่ และทำไมต้องขอ J-1 VISA |
จำป็นต้องขอใหม่ เพราะ เป็น VISA คนละประเภทกัน วีซ่าเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาแบ่งออกเป็นหลายประเภท วีซ่าประเภท J – 1 ก็เป็นวีซ่าชนิดหนึ่งที่สถานทูตอเมริกัน ออกให้สำหรับนักเรียน นักศึกษาใช้เดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ Work/Travel in USA ต้องเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยประเภทวีซ่า J-1 หรือวีซ่านักเรียนแลกเปลี่ยนเท่านั้น |
5. นักศึกษาสามารถทำงานประเภทไหนได้บ้าง |
งานที่ไปทำส่วนใหญ่จะเป็นงานในระดับ Operation Skilled ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานที่ทำงานที่นักศึกษาไปทำ ถ้าเป็นงานในสวนสนุก ก็จะมีหน้าที่ เช่น Food service, Games, Rides operators, Area host/hostess, Merchandise, Landscape, Warehouse, Traffics, Administration, Ticket Seller, etc. ส่วนถ้าเป็นงานใน National Parks หรือในส่วนของ Hotel and Resorts ลักษณะงานจะแตกต่างกันออกไป เช่น Housekeeping, Front desk, Retail shops, Reservation และ อื่นๆ |
6.เราจะสามารถเก็บหน่วยกิจจากการเข้าร่วมโครงการได้หรือไม่ |
โดยส่วนใหญ่ ไม่ได้ เนื่องจากโครงการแลกเปลี่ยนระดับอุดมศึกษาไม่ถือเป็นหลักสูตรทางการศึกษา อย่างไรก็ตามอาจจะเป็นไปได้สำหรับบางสาขาวิชา เช่น สาขาการโรงแรมและการท่องเที่ยว สาขาสันทนาการ และที่สำคัญต้องขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละมหาวิทยาลัยด้วย เท่าที่ทราบมีนักศึกษาสาขา Service Industry ที่มหาวิทยาลัยให้โอนมาเป็นหน่วยกิตฝึกงานได้ |
7.ระดับของงานที่ไปทำจะหนักมากแค่ไหน |
นักศึกษาส่วนใหญ่ควรต้องทำงานหนักเพราะปกตินักศึกษาไทยไม่ค่อยมีโอกาสในการทำงานลักษณะนี้บ่อยมากนัก จึงยิ่งทำให้นักศึกษารู้สึกว่าเป็นงานที่หนัก โดยเฉพาะเมื่อเดินทางไปถึงแรกๆ ดัง นั้นการเตรียมตัวที่ดี การปรับตัวและทัศนคติในการทำงานของนักศึกษาแต่ละคนรวมถึงการไม่คาดหวังสูง จึงเป็นสิ่งสำคัญในการเข้าร่วมโครงการ |
8.แล้วตลอดการทำงานจะได้ค่าตอบแทนเท่าไหร่และพอที่จะใช้จ่ายในขณะที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาหรือไม่ |
นักศึกษาจะได้ค่าตอบแทนเท่ากับคนท้องถิ่นที่ทำงานลักษณะเดียวกันโดยอัตราค่าแรงขั้นต่ำจะอยู่ที่ USD 5.25 ต่อชั่วโมง ปกตินักศึกษาจำนวนมากได้รับค่าจ้าง USD 6.25-7.5 ต่อชั่วโมง ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ค่าอาหาร ที่พัก และค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ แต่ มีนักศึกษาบางคนที่สามารถเก็บเงินได้และสามารถนำเงินมาท่องเที่ยวได้หลัง จากที่จบโครงการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนิสัยในการใช้จ่ายของนักศึกษาแต่ละคน |
9.ทางนายจ้างกำหนดที่จะจ่ายเงินอย่างไร |
ขึ้นอยู่กับนายจ้าง ส่วนใหญ่นักศึกษาจะได้รับค่าแรงทุก 1 หรือ 2 สัปดาห์ ในรูป Check หากนักศึกษาเปิดบัญชีธนาคารก็สามารถแจ้งให้นายจ้างโอนเข้าบัญชีได้เลย และนักศึกษาก็จะได้รับใบเสร็จโอนเงิน (Payment Slip) แทน โดยนักศึกษาควรตรวจเช็คข้อมูลในใบเสร็จให้ถูกต้องว่าตรงกับค่าแรงที่ควรจะได้รับหรือไม่ เดินทางท่องเที่ยวในประเทศสหรัฐอเมริกาได้อีกด้วยรายได้ที่ได้รับ |
10. จะสามารถหาเงินกลับมาได้มากแค่ไหน |
โครงการ Work/Travel in USA มีจุดประสงค์หลักสำคัญคือส่งเสริมให้นักศึกษาเรียนรู้ประสบการณ์จริงในการดำเนินชีวิตนอกเหนือจากการเรียนในมหาวิทยาลัย และ ให้นักศึกษาไทยได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมโดยการทำงานกับชาวอเมริกันและ มีรายได้เพียงพอสำหรับค่าครองชีพระหว่างร่วมโครงการและมีเงินเหลือเพื่อนำ ไปใช้ท่องเที่ยวในประเทศสหรัฐอเมริกาก่อนสิ้นสุดโครงการ ทางโครงการมิได้มีจุดประสงค์ให้นักศึกษาไปหาเงิน รายได้นอกเหนือจากนั้นถือเป็นผลพลอยได้ที่ได้รับจากโครงการ |
11.การที่นักศึกษาต่างชาติไปทำงานเช่นนี้เป็นการแย่งตลาดจากชาวอเมริกันหรือไม่ |
ไม่ เนื่องจากโปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมที่เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน เพราะนักศึกษาอเมริกันเองก็มีโอกาสทำงานในต่างประเทศโดยผ่านองค์กรแลกเปลี่ยนได้เหมือนกัน |
12. งานส่วนใหญ่ต้องใช้ความสามารถทางภาษาอังกฤษมากหรือไม่ และ มีความจำเป็นในการเข้าร่วมโครงการมากน้อยเพียงใด |
ระดับภาษา อังกฤษที่ใช้ในงานส่วนใหญ่จะควรอยู่ที่ระดับ พอใช้ ดี ถึง ดีมาก ขึ้นอยู่กับงานที่จะทำ ถ้างานที่ต้องใช้ภาษามาก ก็อาจจะต้องการระดับภาษาอังกฤษที่ดีมาก แต่ การจ่ายเงินต่อชั่วโมงก็จะจ่ายสูงตามไปด้วย ประมาณ 8-9 USD ต่อชั่วโมง งานส่วนใหญ่ที่นักศึกษาได้ทำขณะที่เข้าร่วมโครงการ จะเป็นงานที่มีลักษณะลำลอง (Casual job) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการทำงานในสวนสนุก (Theme park) วนอุทยานสวนสาธารณะ (National park) สถานที่พักผ่อน (Resort) ในโรงแรม (Hotel) ร้านอาหาร Fast Food หรือร้านค้าสะดวกซื้อ (Convenience Store) นอกจากนักศึกษาจะมีโอกาสติดต่อสื่อสารกับลูกค้าโดยตรง ซึ่งโดยส่วนใหญ่ควรมีความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษได้ดี อาทิ เช่น งานขายของ Merchandise หรือ งาน Reservation ดังนั้นภาษาอังกฤษจึงจำเป็นในการใช้ติดต่อสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้า แม้กระทั่งการใช้ในชีวิตประจำวันขณะดำรงชีวิตอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย โครงการนี้ ส่งเสริมให้นักศึกษาได้มีโอกาสในการใช้ภาษาอังกฤษในสภาพแวดล้อมจริง |
13.จะได้ฝึกภาษาอังกฤษหรือไม่ |
โครงการมีจุดประสงค์เน้นให้นักศึกษามีความมั่นใจในการพูดและใช้ภาษาอังกฤษมากกว่าการไปเรียน ภาษาอังกฤษ อย่างไรก็ตามนักศึกษาส่วนใหญ่จะบอกว่าได้ฝึกฝนภาษาอังกฤษในด้านการสื่อสารและใช้ภาษาอังกฤษคล่องมากขึ้นมากทีเดียว |
14.นักศึกษาทุกคนมีชั่วโมงการทำงานในแต่ละที่เท่ากันหรือไม่ |
ไม่เท่ากัน และชั่วโมงการทำงานในแต่ละหน้าที่ก็ไม่เท่ากันเช่นกัน ชั่วโมงในการทำงานโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 30-35 ชั่วโมงต่อ 1 สัปดาห์ สวนสนุกบางแห่งจะเปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ในช่วงเดือนเมษายน และพฤษภาคม แต่ในช่วงท่องเที่ยวที่มีจำนวนลูกค้ามาก นักศึกษาอาจจะได้ทำงานมากกว่า40ชั่วโมงต่อสัปดาห์ |
15. นักศึกษาสามารถเลือกงานก่อนเข้าร่วมโครงการได้หรือไม่ อย่างไร |
บางแห่งนักศึกษาอาจจะมีโอกาสเลือกงานได้เอง บางแห่งทางผู้ว่าจ้างจะเลือกให้เลยก็เป็นได้ โดยสถานที่ทำงานแต่ละแห่งจะมีขั้นตอนในการคัดเลือกและสัมภาษณ์ที่แตกต่างกัน ทั้ง นี้ต้องขึ้นอยู่กับคุณสมบัติ และ ประสบการณ์ ของนักศึกษาด้วย เพราะบางสถานที่ทำงานหรือบางตำแหน่งงานต้องการนักศึกษาที่มีทักษะการพูดฟัง ภาษาอังกฤษดีถึงดีมาก หรือต้องการนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการอย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไป นักศึกษา ที่สมัครเข้าร่วมโครงการ ทุกท่านจะได้รับแบบฟอร์มให้เลือกประเภทงานและเจ้าหน้าที่จะแจ้งรายละเอียด งานทั้งหมดให้นักศึกษาได้เลือกก่อนการสัมภาษณ์ |
16. นักศึกษาสามารถทำงาน second job ได้หรือไม่ |
นักศึกษาสามารถทำงานอื่นได้ตามที่นักศึกษาสามารถสมัครหางานได้ แต่นักศึกษาต้องคำนึงถึงงานแรกเป็นสำคัญหา นักศึกษาต้องไม่ให้งานอื่นมากระทบกับเวลาในงานแรกของนักศึกษา นักศึกษาต้องให้ความสำคัญ และมีความรับผิดชอบกับงานแรกที่ได้รับ |
17.นักศึกษาจะเดินทางไปทำงานได้อย่างไร |
ขึ้นอยู่กับนายจ้างว่าจะมีรถรับส่งอำนวยความสะดวกให้หรือไม่ โดยส่วนใหญ่นักศึกษาสามารถเดินทางไปทำงานโดยรถประจำทาง จักรยาน หรืออาจเดินไปก็ได้ |
18.ทำไมต้องเตรียมเงินติดกระเป๋า (Pocket Money) ไปด้วยในเมื่อเราจะไปทำงานและ ได้ค่าตอบแทนอยู่แล้ว |
นักศึกษาควรมีเงินติดตัวขณะเดินทาง ประมาณ USD 500-700 เพื่อนำไปใช้ในช่วง2 สัปดาห์แรกเพื่อนำไปใช้ในช่วงแรกระหว่างที่รอค่าจ้างงวดแรก นอกจากนั้น ก็เป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเช่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่น ๆ (ค่าที่พัก ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่น ๆ ในแต่ละโครงการไม่เหมือนกัน |
19. ที่พักเป็นอย่างไร ใครเป็นผู้จัดหาที่พักให้ และค่าใช้จ่ายเป็นอย่างไร |
โดยส่วนใหญ่นายจ้างหรือองค์กรแลกเปลี่ยนอเมริกา (Non Profit Organization) จะเป็นผู้จัดหาที่พักให้กับนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ แต่บางสถานที่ทำงานนายจ้างหรือองค์กร ไม่ได้จัดหาให้แต่จะแจ้งให้นักศึกษาทราบก่อนที่จะทำการเลือกงานแล้วว่านักศึกษาอาจจะต้องหาสถานที่พักเอง แต่อย่างไรก็ตามประเภทงานที่นักศึกษาต้องจัดหาที่พักเองจะมีเพียงส่วนน้อยมากคะ |
20. Security Card คืออะไร ถ้าไม่ได้รับ Social Security Card ต้องทำอย่างไร |
Social Security Card(SSC) คือ ใบที่ใช้รับรองว่าเราสามารถทำงานได้อย่างถูกกฎหมายและ เป็นใบสำคัญที่นายจ้างต้องนำเอาไปใช้ในการหักภาษี และ คืนภาษี โดยส่วนใหญ่นายจ้างจะพาไปทำให้ในเมืองที่มีสาขาอยู่หลังจากที่นักศึกษาเดิน ทางไปถึง ใบ SSC ปกติจะได้รับหลังจากที่ไปทำประมาณ 4-6 สัปดาห์ แต่ ถ้าผ่านมา 6 สัปดาห์หลังจากยื่นขอ Social Security Card แล้วนักศึกษายังไม่ได้รับ นักศึกษาสามารถโทรศัพท์สอบถามไปที่สำนักงาน Social Security Administration ที่หมายเลขโทรศัพท์ |
21.เมื่อมีการทำงานแล้วนักศึกษาจะต้องจ่ายภาษีหรือไม่และจะทำเรื่องขอคืนภาษีได้อย่างไร |
ตามกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการทุกท่านจะต้องจ่ายภาษีให้กับรัฐบาลอเมริกัน สำหรับโครงการ Work/Travel in USA นักศึกษา ต้องจ่ายภาษีประเภท Federal Income Tax และ State Income Tax โดยนายจ้างจะเป็นผู้หักภาษี ณ ที่จ่ายจากรายได้ของนักศึกษาทุก ๆ ครั้งที่มีการจ่ายเงินค่าแรง แต่ถ้านักศึกษาไปทำงานพิเศษที่นอกเหนือจากงานหลัก นักศึกษาต้องมีหน้าที่สอบถามนายจ้างเองว่าจะทำการหักภาษีอย่างไรหรือนักศึกษาต้องกรอกฟอร์มใดหรือไม่ |
22. อะไรคือ ค่า Program Operation Fee และ SEVIS Fee |
ค่า Program Operation FEE คือ ค่าธรรมเนียมในการดำเนินการขอ VISA , ค่าจัดเตรียมเอกสารเพื่อขอ VISA ค่าจัดสัมมนาก่อนการเดินทาง และ ค่าใช้จ่ายอื่นๆในการประสานงานของนักศึกษาแต่ละคนที่เข้าร่วมโครงการเพื่อให้รับทราบข้อมูล และ เตรียมตัวก่อนเดินทางอย่างถูกต้องพร้อมเข้าใจถึงโครงการจนกระทั่งเดินทางไปยังสถานที่ทำงาน ซี่งเหล่านี้เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงทาง IEE Thailand มิได้ตั้งใจที่จะให้เป็นค่าธรรมเนียมกินเปล่า และไม่ต้องการให้มีการเก็บค่าใช้จ่ายอีกในภายหลัง (ค่าใช้จ่ายดังกล่าวจะมีผลสิ้นสุดเมื่อนักศึกษาจบโครงการ ) |
23. นักศึกษาจำเป็นต้องซื้อประกันสุขภาพก่อนเดินทางหรือไม่ และถ้าไม่สบายจะทำอย่างไร |
ไม่จำเป็น เนื่องจากค่าประกันสุขภาพได้รวมอยู่ในค่าธรรมเนียมโครงการแล้วและมีผลคุ้มครองตลอดระยะเวลาการเข้าร่วมโครงการเป็นระยะเวลา 4 เดือน โดยจะมีผลคุ้มครองตั้งแต่วันที่นักศึกษาออกจากประเทศไทย ตลอดเวลาการทำงาน ขณะพำนักและท่องเที่ยวในประเทศสหรัฐอเมริการะยะเวลา 30 วันหลังจากจบโครงการ จนถึงวันที่นักศึกษาเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ ถึงในกรณีของนักศึกษาที่ต้องการจะเดินทางระยะสั้นเพื่อออกนอกประเทศสหรัฐอเมริกาภายในระยะเวลาของในโครงการ ประกันจะคุ้มครองและดูแลเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการเจ็บป่วยและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุต่างๆที่เกิดขึ้น ประกันจะไม่คุ้มครองถ้าเกิดอุบัติเหตุจากการกระทำใดๆที่จงใจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพและชีวิต ในกรณีที่นักศึกษาไม่สบาย หรือ เกิดอุบัติเหตุระหว่างทำงานเล็กน้อย นักศึกษาควรติดต่อที่ หน่วยงาน First Aids ก่อน ซึ่งส่วนใหญ่ถ้านักศึกษาไม่สบายมาก หรือประสบอุบัติเหตุระหว่างทำงานร้ายแรงทางนายจ้างก็จะเป็นผู้ดูแล ถ้านักศึกษาไม่สบาย หรือประสบอุบัติเหตุนอกเวลางาน นักศึกษาต้องอ่านกฎของการประกันสุขภาพที่ได้รับ นักศึกษาอาจจะต้องชำระเงินเมื่อไปหาหมอก่อนพร้อมนำใบเสร็จที่ได้มาแนบกับแบบฟอร์มขอคืนเงินและส่งไปยังบริษัทประกัน ถ้านักศึกษามีโรคประจำตัว ต้องรับประทานยาเป็นประจำ ควรจะนำยาไปให้เพียงพอตลอดระยะเวลาที่อยู่ที่นั่นและจำเป็นต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์หรือเภสัชกรอย่างเข้มงวด นักศึกษาทุกท่านจะได้รับแจกคู่มือประกันสุขภาพในวันปฐมนิเทศและนักศึกษาควรศึกษาให้เข้าใจอย่างละเอียด |
24. นักศึกษาสามารถทำการจองตั๋วเครื่องบินได้เองหรือไม่ |
ได้แต่ นักศึกษาจะต้องทำการเดินทางเพื่อให้เข้ากับกลุ่มเพื่อน เนื่องจากเวลาไปถึงที่ทำงาน นายจ้างสามารถจัดการเอกสารต่างๆและเสร็จพร้อมๆกัน นอกจากนั้นในกรณีที่จองเอง จะต้องซื้อเป็นตั๋วไปกลับเท่านั้น เพราะ ทาง Immigration ของ ประเทศสหรัฐอเมริกาจะเป็นผู้ตรวจ หากพบเหตุการณ์ดังกล่าว นักศึกษาจะต้องถูกยกเลิก VISA และถูกนำตัวส่งกลับประเทศทันที |
25. ทาง IEE Thailand มีการดูแลน้องนักศึกษาอย่างไร เมื่ออยู่ต่างประเทศ |
![]() ทาง IEE Thailand จะมีการจัดเจ้าหน้าที่ Chaperone ไปส่งนักศึกษาถึงที่หมายในแต่ละสถานที่ทำงานทุกปี โดย IEE Thailand จะทำการจัดไปส่งได้นั้นนักศึกษาจะต้องเดินทางเป็นกรุ๊ปและมีจำนวน 20 คนขึ้นไป สำหรับจุดประสงค์ของการให้เจ้าหน้าที่ไปส่งนั้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับนักศึกษาที่เดินทางเป็นกลุ่มใหญ่และเพื่อให้ผู้ปกครองเกิดความสบายใจที่มีเจ้าหน้าที่คนไทยเดินทางไปด้วยแต่ทั้งนี้ หน้าที่ของ Chaperone จะต้องอยู่ในขอบเขตที่องค์กรอเมริกากำหนด และที่สำคัญจะมีเจ้าหน้าที่ดูแลนักศึกษาที่อเมริกาตลอดการเข้าร่วมโครงการด้วยทั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นกับนักศึกษาเมื่ออยู่ที่อเมริกา |
26. นายจ้างชาวอเมริกาจ้างนักศึกษาต่างชาติเข้าทำงาน เนื่องจากค่าแรงถูกใช่หรือไม่ |
ไม่ใช่ การจ้างนักศึกษาต่างชาติเข้าทำงานเป็นพนักงานชั่วคราวขององค์กร หรือหน่วยงานต่างๆ นั้น ส่วนใหญ่ เป็นองค์กรที่มี ธุรกิจบริการและงานที่เป็นฤดูกาล อย่างเช่น สวนสนุก ในบางรัฐจะปิดให้บริการเป็นเวลา ถึงเกือบ 5 เดือน ทำให้เขาต้องจ้าง นักศึกษาตามฤดูกาล นอกจากนั้นการจ้างงานนักศึกษาต่างชาติ ทำให้เกิดความหลากหลายของเชื้อชาติในสถานที่ทำงาน นอกจากเสน่ห์ของสำเนียงภาษาที่แตกต่าง พวกเขาเชื่อว่านักศึกษามหาวิทยาลัยเรียนรู้เร็ว สนใจรับสิ่งแปลกใหม่ ปรับตัวได้ง่าย และมีความมุ่งมั่นในการเดินทางมาทำงานในต่างประเทศ ซึ่งผลักดันให้ตั้งใจที่จะทำงานมากกว่าอีกด้วย |